Dicloxacillin คือยาอะไร รักษาโรคอะไร รับประทานอย่างไร ข้อควรระวัง อาการข้างเคียง

Dicloxacillin (ไดคล็อกซาซิลลิน) เป็นยาปฏิชีวนะ (antibiotics) หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มยาเพนนิซิลลิน (penicillins) 

ยา dicloxacillin ออกฤทธิ์อย่างไร

หลังจากรับประทานยา dicloxacillin แล้ว ยาจะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย จากนั้นจะออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ในช่วงที่แบคทีเรียกำลังเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถดำรงอยู่ได้ จึงตายในที่สุด 

ยา dicloxacillin มีรูปแบบเภสัชภัณฑ์อย่างไรบ้าง

รูปแบบเภสัชภัณฑ์ที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด มีทั้งแบบแคปซูล (capsules) ความแรง 125, 250 และ 500 มิลลิกรัม

ส่วนรูปแบบยาน้ำแขวนตะกอน มีความแรง 12.5 mg/mL 

ยี่ห้อที่มีจำหน่าย เช่น Diclex, Diclonox, Dicloxgen 500, Dixocillin, Diclocillin, Dicloxpac 250, Dicillin, Diclox, Dicloxa RX, Diclohof, Dicloxia, Dorox, Di-K-Cil, Diloxin, U-Diclox เป็นต้น

ยา dicloxacillin ต่างจากยาในกลุ่มเพนนิซิลลินตัวอื่น ๆ อย่างไร

เคยได้ยินยาตัวอื่น ๆ ที่ลงท้ายด้วย -ซิลลิน (-cillin) หรือเปล่า เช่น amoxicillin หรือ ampicillin ซึ่งชื่อมีความคล้ายคลึงกัน แต่จริง ๆ แล้วฤทธิ์ของ dicloxacillin ต่างจากยาทั้งสองตัวข้างต้นอยู่เล็กน้อย

สิ่งที่แตกต่างกัน คือ ยา dicloxacillin ทนต่อเอนไซม์ Penicillanase ของเชื้อ Staphylococcus aureus ต่างจากยา amoxi หรือ ampicillin ที่ถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อตัวนี้ได้ 

เชื้อ S. aureus ทำให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

ภาพถ่ายกล้องจุลทรรศน์ เชื้อ S. aureus By Content Providers(s): CDC/ Matthew J. Arduino, DRPHPhoto Credit: Janice Haney Carr [Public domain], via Wikimedia Commons
เชื้อ S. aureus เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก (Gram-positive)  มีรูปร่างเป็นทรงกลม (coccus) อยู่เป็นกลุ่มคล้ายพวงองุ่น (staphylococci) โดยปกติแล้วเชื้อ S. aureus จะอยู่ได้ทั่วไปในร่างกาย เป็นแบคทีเรียประจำถิ่น (normal flora) อยู่อาศัยตามผิวหนัง โพรงจมูก ทางเดินหายใจ มีเพียง 30% ของประชากรเท่านั้นที่พบว่าเชื้อนี้อาจทำให้เกิดโรคได้ 

การติดเชื้อที่ผิวหนัง 

เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดจากเชื้อ S. aureus อาจทำให้เกิดโรค impetigo, cellulitis, boils, folliculitis รวมถึงการติดเชื้อที่เนื้อเยื่ออ่อน 

อาหารเป็นพิษ

เชื้อ S. aureus สามารถผลิตสารพิษ​ (toxin) ที่ทำให้เกิดโรคท้องร่วงได้ โดยมีระยะพักตัวประมาณ 1 – 6 ชั่วโมง และอาการอาหารเป็นพิษอาจอยู่นานถึง 3 วัน การป้องกันอาหารเป็นพิษจากเชื้อตัวนี้ คือ การรับประทานอาหารที่สุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารค้างคืน 

การติดเชื้อที่กระดูกและข้อ

การติดเชื้อ  S. aureus ที่กระดูกและข้อสามารถทำให้เกิดภาวะ 

  • osteomyelitis
  • septic arthritis
  • และการติดเชื้อที่ข้อต่อเทียม

การติดเชื้อในกระแสเลือด

การติดเชื้อ S. aureus ในกระแสเลือด มักเริ่มจากผิวหนังเป็นแผลจากอุบัติเหตุ การบาดเจ็บต่าง ๆ แผลผ่าตัด การใช้เข็มฉีดยา รวมถึงการใส่สายหรือท่อต่าง ๆ การติดเชื้อ S. aureus ในกระแสเลือด มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงกว่า 80% นอกจากนี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะต่าง ๆ ได้ เช่น การติดเชื้อที่หัวใจ หรือที่กระดูก 

ส่วนใหญ่แล้วการใช้ยา dicloxacillin มักจะใช้ในกรณีสำหรับการติดเชื้อที่ผิวหนัง ส่วนการติดเชื้อในอวัยวะอื่น ๆ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด มักเกิดจากเชื้อ S. aureus ที่ดื้อต่อยา dicloxacillin แล้ว

เป็นแผล มีดบาด หกล้ม ต้องรับประทานยา dicloxacillin หรือเปล่า

บาดแผล
ภาพจาก Stockunlimited

ถ้าหกล้ม เป็นแผล หรือเกิดมีดบาด ประตูหนีบ จำเป็นต้องรับประทานยา dicloxacillin เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือไม่ เรามาหาคำตอบกัน

จากแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา ได้แนะนำไว้ว่า

ถ้าเป็นแผลสะอาด แผลมีขอบเรียบ ทำความสะอาดได้ง่าย ไม่มีสิ่งสกปรก เช่น เศษดิน เศษฝุ่น หรือบาดแผลไม่ปนเปื้อนสิ่งที่มีเชื้อแบคทีเรียมาก เช่น มูลสัตว์ หรือน้ำสกปรก ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยา dicloxacillin หรือยาฆ่าเชื้ออื่น ๆ 

แล้วบาดแผลในกรณีไหนที่ต้องใช้ยา dicloxacillin 

แผลสะอาด ที่เกิดขึ้นที่เท้า แผลประตูหนีบ แผลที่เย็บไม่สนิท แผลในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ติดสุราเรื้อรัง เป็นดรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาสเตียรอยด์ ยารักษามะเร็ง หรือยาที่ใช้ในโรคภูมิคุ้มกันตัวเอง 

แผลสกปรก มีเศษดิน เศษฝุ่น ติดอยู่ในแผล เช่น แผลรถล้มที่ผิวหนังถลอก แล้วไม่สามารถล้างเอาดินออกได้หมด แผลที่มีเนื้อตาย หรือแผลที่มีลักษณะเป็นรู เช่น ตะปูตำ หรือแผลมีการปนเปื้อนมูลสัตว์ หรือน้ำสกปรก 

รับประทานยา dicloxacillin อย่างไร

ภาพจาก Stockunlimited

ข้อมูลจากฐานข้อมูล Micromedex© แนะนำการใช้ยา Dicloxacillin อย่างเหมาะสม ดังนี้

  • โรคพุพอง (impetigo) ที่เกิดจากเชื้อในกลุ่ม Staphylococcus และ Streptococcus ให้ใช้ยาขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง หรือทุก ๆ 6 ชั่วโมง ระยะเวลา 7 วัน
  • การติดเชื้อ S. aureus ในรายที่ไม่รุนแรง อาจใช้ยา dicloxacillin 125 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง
  • การติดเชื้อ S. aureus ในรายที่มีอาการรุนแรง ให้ dicloxacillin 250 มิลลิกรัม ทุก 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 14 วัน
  • การติดเชื้อที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (subcutaneous tissue) ให้ยา dicloxacillin 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง

ส่วนการป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนังที่เกิดบาดแผล อาจรับประทานยาตามแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล ในผู้ที่จำเป็นต้องได้รับยา อาจให้ dicloxacillin 250 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง

ขนาดยาในเด็ก

ใช้ขนาด 12.5 – 25 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง 

Dicloxacillin ต้องรับประทานก่อนหรือหลังอาหาร

ควรรับประทานยา dicloxacillin ก่อนอาหารอย่างน้อย 30 – 60  นาที เนื่องจากการรับประทานพร้อมอาหาร จะรบกวนการดูดซึมยาได้ 

ข้อห้ามใช้ ข้อควรระวังในการใช้ยา dicloxacillin

ห้ามใช้ยา dicloxacillin ในคนที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มเพนนิซิลลิน โดยอาการแพ้ยาอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังรับประทานยา 20 นาที

อาการแพ้ยาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผื่นลมพิษ ทางเดินหายใจตีบตัน หายใจไม่ออก เปลือกตาบวม ปากบวม หน้าบวม หรืออาจเกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า Steven Johnson’s Syndrome ซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต

ระมัดระวังการใช้ยา dicloxacillin ในคนที่เป็นโรคไต เนื่องจากยาอาจเกิดพิษต่อไตได้ และควรใช้ยาอย่างระมัดระวังในเด็กทารก เนื่องจากการทำงานของไตยังมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ 

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

อาการข้างเคียงของยา dicloxacillin ที่เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ส่วนอาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่เกิดขึ้นได้น้อย เช่น พิษต่อไต ปฏิกิริยาการแพ้แบบรุนแรง (anaphylaxis) พิษต่อตับ รวมถึงอาการลำไส้ใหญ่อักเสบร่วมกับมีเลือดออก 

ตั้งครรภ์และให้นมบุตร รับประทานยา dicloxacillin ได้ไหม

ยา dicloxacillin จัดอยู่ใน category B ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์​แต่การใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สำหรับการใช้ยาในขณะที่กำลังให้นมบุตร พบว่ายาสามารถออกมากับน้ำนมได้ แต่ผลเสียต่อทารกนั้นน้อยมาก  (risk is minimal) 

ไม่ควรใช้ยา dicloxacillin ร่วมกับยาอะไรบ้าง

บ่อยครั้งที่การรับประทานยาหลาย ๆ ชนิดร่วมกัน อาจทำให้เกิดอันตรกิริยาระหว่างยา (drug-drug interactions) ได้ หรือบางครั้งก็อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

ไม่ควรใช้ยา dicloxacillin ร่วมกับยากลุ่ม tetracyclines เช่น doxycycline เนื่องจากยากลุ่ม tetracyclines ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโต แต่ยากลุ่ม penicillins รวมถึง dicloxacillin ออกฤทธิ์ในช่วงที่แบคทีเรียมีการเจริญเติบโตและกำลังสร้างผนังเซลล์ เมื่อใช้ร่วมกันจะทำให้ยา dicloxacillin มีประสิทธิภาพลดลง 

เอกสารอ้างอิง

Dicloxacillin. (May 31, 2018). In Micromedex Drug Reference for Apple iOS [Mobile application software].

Betz C, Brown CM. Beta-Lactams. In: Smith KM, Riche DM, Henyan NN, editors. Clinical Drug Data, 11th ed. New York: McGraw-Hill Companies, Inc.; 2010. pp. 186-222.

Dicloxacillin/ Indications, Side Effects, Warnings – Drugs.com

คุณอาจจะสนใจ

ยากับหญิงตั้งครรภ์... ยา เป็นเหมือนดาบสองคม มีทั้งด้านดีและร้าย โดยใน ด้านดี คือ ทำให้เราหายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ และบรรเทาอาการเจ็บป่วย และความทนทุกข์ทรมาน แต่ในอีกด้...
Ampicillin คือยาอะไร รักษาโรคอะไร รับประทานอย่างไร... Ampicillin (แอมพิซิลลิน) เป็นยาในกลุ่มเพนนิซิลลิน (penicillins) เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะ (antibiotics) มีสรรพคุณช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที...
ยารักษาสิว วิธีใช้ยาที่ถูกต้อง และผลข้างเคียงของยา... ยารักษาสิว สามารถช่วยจัดการปัญหาสิวให้แก่เราได้หลายทาง เช่น ยากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ หรือกรดวิตามินเอ สามารถชำระล้างสิ่งอุดตันรูขุมขน ป้องกันไม่ให้...
Amoxi Amoxy Amoxicillin 500 คือยาอะไร ใช้อย่างไร แ... ยา amoxicillin (อะม็อกซีซิลลิน) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า amoxi หรือ amoxy เป็นยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ใช้สำหรับรักษาโรคติดเชื้อจากแบคทีเรี...
เชื้อดื้อยา (Antibiotic Resistant)... สถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ได้แก่ เป็นไข้ เจ็บคอมาก มีเสลดสีเขียว น้ำมูกสีเขียว แพทย์เคยสั่งยาฆ่าเชื้อชนิดเดียวกันกับครั้งนี้ แต่ทำไมครั้งนี้กินยามาแล...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *