ไมเกรน

ไมเกรน อาการปวดหัวที่หลายคนเคยประสบมา หลายคนมีอาการรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ จุดเด่นของของอาการปวดหัวไมเกรนคือ ปวดหัวข้างเดียว ปวดตามจังหวะหัวใจเต้น บางคนนอกจากปวดหัวแล้ว ยังอาจพบว่ามีอาการคลื่นไส้ อาจเจียน เห็นแสงวูบวาบ หรือได้ยินเสียงที่ผิดปกติ
อาการปวดหัวชนิดนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งวันเวลาไหนก็ได้ แต่ส่วนมากแล้วจะเกิดในตอนเช้ามากกว่า อาการปวดอาจกินระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง จนอาจถึง 1 หรือ 2 วันก็ได้ ความถี่ที่แต่ละคนปวดก็แตกต่างกัน บางคนปวดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือบางคนนานๆที เช่น ปีละครั้งสองครั้ง ทั้งนี้ก็ขึ้นกับปัจจัยที่มากระตุ้นด้วย
ปวดหัว ปวดศีรษะ ไมเกรน migraine
 
ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า

  • คนที่เป็นไมเกรนมักพบว่าคนในครอบครัวก็เป็นด้วย
  • โรคนี้มักจะเกิดกับคนอายุ 15 ถึง 55 ปี มากกว่าช่วงอายุอื่นๆ
  • เกิดในเพศหญิงมากกว่าชาย
  • ความถี่และความรุนแรงของอาการปวดมักจะลดลงตามอายุ

สาเหตุของไมเกรน

สาเหตุที่แท้จริงนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ได้มีการศึกษาทดลองกันแล้วคาดกันว่าสาเหตุนั้นอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสารในสมอง ซึ่งสารดังกล่าวถ้าเพิ่มขึ้นก็จะทำให้เส้นเลือดในสมองขยายตัว ผลสุดท้ายคือทำให้เกิดอาการปวดหัวนั่นเอง
ส่วนปัจจัยที่กระตุ้นการปวดไมเกรนนั้นพบว่า มีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในร่างกาย ปัจจัยของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
ปัจจัยภายนอกร่างกาย

  • แสงกระพริบ
  • อากาศร้อน
  • อาหาร เช่น กาแฟ แอลกอฮอล์
  • เสียงดัง
  • กลิ่น เช่น กลิ่นน้ำหอมที่แรงๆ

ปัจจัยภายในร่างกาย

  • ฮอร์โมน
  • นอนหลับไม่เพียงพอ
  • การมีประจำเดือน
  • ความเครียด
  • วัยทอง

อาจมีปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากที่ระบุ ซึ่งก็ขึ้นแต่ละบุคคล ทั้งนี้ถ้าเรารู้ว่าปัจจัยกระตุ้นอาการปวดของเราคืออะไร แล้วหลีกเลี่ยงปัจจัยนั้นถ้าทำได้ เราก็จะปวดหัวไมเกรนน้อยลง

ชนิดของไมเกรน

อาการปวดหัวเนื่องจากไมเกรนจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ

  1. Migraine with aura หรือ classical migraine ไมเกรนชนิดนี้พบได้ 25% ของคนที่เป็นไมเกรนทั้งหมด จุดเด่นคือ ก่อนเวลาที่จะปวดหัว จะเห็นแสงวูบวาบเหมือนแสงแฟลชหรือเห็นเส้นซิกแซก
  2. Migraine without aura หรือ common migraine คนที่เป็นไมเกรนแบบนี้ จะไม่เห็นแสงวูบวาบก่อนการปวด

อาการของไมเกรน

อาการของไมเกรนจะแบ่งออกได้เป็น 4 ช่วง ได้แก่

  • Prodrome หรืออาการก่อนเป็นไมเกรน อาการในช่วงนี้พบได้ 12 ถึง 79% ของคนที่เป็นไมเกรนทั้งหมด อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ รู้สึกกลัวแสง กลัวเสียง ไม่มีสมาธิ ซึมเศร้า รู้สึกกระสับกระส่าย บางครั้งอาจมีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรืออยากอาหารมากขึ้น โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นก่อนปวดหัวได้หลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน
  • Aura คือการเห็นแสงวูบวาบ อาการนี้เกิดขึ้นในคนที่เป็นไมเกรนประมาณ 25% การเห็นแสงวูบวาบจะเป็นอยู่เพียง 5 ถึง 20 นาที แต่ไม่มากไปกว่า 60 นาที เมื่ออาการเห็นแสงวูบวาบหายไป ก็จะตามมาด้วยอาการปวดหัว
  • ช่วงที่มีอาการปวด (headache) เป็นช่วงที่ทรมานมากที่สุด โดยอาจมีอาการปวดยาวนานตั้งแต่ 4 ชั่วโมง จนถึง 72 ชั่วโมง ความรุนแรงมักจะปวดปานกลางไปจนถึงปวดมาก ปวดหัวข้างเดียวและปวดตามจังหวะหัวใจเต้น ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันลำบากมากขึ้น บางรายอาจมีคลื่นไส้อาเจียน หรือรู้สึกกลัวแสงหรือเสียงได้
  • Postdrome หรือช่วงหลังปวด ในช่วงนี้คุณจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น

การรักษาไมเกรนด้วยา

การักษาไมเกรนด้วยยานั้น มี 2 แบบ คือ รักษาภาวะปวดเฉียบพลัน และการป้องกันโดยใช้ยา หลายคนอาจได้รับการรักษาทั้ง 2 แบบร่วมกันก็ได้

การรักษาแบบเฉียบพลัน

ยาแก้ปวดทั่วๆไปสามารถรักษาไมเกรนที่ไม่รุนแรงมากได้ เช่น ยาพาราเซตามอล (paracetamol) ยาแก้ปวดแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs) หรือยาเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยาแอสไพริน (aspirin) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ถ้ายาเหล่านี้ไม่สามารถช่วยบรรเทาปวดได้ แพทย์อาจจะให้ยากลุ่มอื่น ได้แก่

  • ยากลุ่ม triptans (ทริปแทน) เช่น sumatriptan ยาในกลุ่มนี้ยังสามารถลดอาการปวดได้แม้ว่าจะปวดมาแล้วมากกว่า 4 ชั่วโมง
  • ยากลุ่ม ergot เช่น ergotamine โดยยาในกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในคนที่มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจ และถ้าใช้มากๆอาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ergotism ได้

ยาทุกตัวที่ใช้รักษาอาการปวดเฉียบพลันจะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้ยาให้เร็วที่สุดเมื่อเริ่มมีอาการ

การใช้ยาป้องกัน

ยาที่มีการใช้ป้องกันการเกิดไมเกรนมีด้วยกันหลายกลุ่ม  คนที่เป็นรุนแรงหรือเป็นบ่อยอาจได้รับคำแนะนำให้ใช้ยาเพื่อป้องกัน โดยอาจจะต้องใช้ยาติดต่อกัน 4 ถึง 6 สัปดาห์จึงจะเห็นผล
เป็นหนักแค่ไหนจึงควรใช้ยาป้องกัน

  • อาการปวดไม่สามารถบรรเทาได้ด้วยยารักษาอาการปวดเฉียบพลัน
  • อาการปวดทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ ทำให้ทำงานไม่ได้ หรือออกสังคมไม่ได้
  • ใช้ยารักษาอาการเฉียบพลันมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ยาที่นำมาใช้ป้องกันไมเกรน ได้แก่ ยากลุ่มต้านภาวะซึมเศร้า (amitriptyline) ยาต้านชัก (topiramate) หรือยาที่ใช้ในกลุ่มโรคหัวใจ เช่น propranolol, verapamil

จะทำอย่างไรเมื่อเริ่มปวดไมเกรน

คำแนะนำเล็กๆน้อยๆสำหรับผู้อ่านทุกท่านในการปฏิบัติตัวเมื่อตนเองเริ่มรู้สึกว่าไมเกรนกำลังจะคุกคาม

  • ถ้ารู้สึกว่าเริ่มถูกคุกคามจากไมเกรนให้รีบทานยาทันที
  • จากนั้นให้หาห้องมืดๆที่เงียบ แล้วนอนพักผ่อน
  • หาผ้าเย็นๆมาวางบนศีรษะ
  • นวดบริเวณที่ปวดก็ช่วยได้
  • ทำกิจกรรมที่ทำแล้วคุณรู้สึกสบายหรือผ่อนคลาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงไมเกรน

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น
  • นอนหลับให้เพียงพอ นอนเป็นเวลา
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทุกมื้อ เพราะการอดอาหารกระตุ้นไมเกรนได้

จากข้อความข้างต้น เราสามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้คือ

  • ไมเกรนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่จะเกิดกับเพศหญิงมากกว่า
  • อาการเด่น คือ ปวดหัวข้างเดียว ปวดตามจังหวะหัวใจเต้น อาจปวดได้ตั้งแต่ 4-72 ชั่วโมง
  • บางคนอาจมีคลื่นไส้อาเจียน เห็นแสงวูบวาบ
  • เมื่อรู้ว่าจะเริ่มปวดแล้วให้ทานยาทันทีจะช่วยลดความรุนแรงได้
  • ถ้ามีอาการมากควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับยาป้องกัน และควรค้นหาปัจจัยกระตุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปวดซ้ำ

แหล่งข้อมูล
Wells B, DiPiro J, Schwinghammer T, DiPiro C. Pharmacotherapy handbook. 9th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2014.
U.S. Department of Health and Human Services. Migraine fact sheet | womenshealth.gov [Internet]. Womenshealth.gov. 2015 [cited 13 June 2015]. Available from: http://www.womenshealth.gov/publications/our-publications/fact-sheet/migraine.html

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *