ส้นเท้าแตก ไม่เรียบเนียน วิธีรักษาส้นเท้าแตก ทำอย่างไรดีนะ

Categories old article archivePosted on

ใครมีปัญหาส้นเท้าแตก หรือหาวิธีรักษาส้นเท้าแตกอยู่บ้าง
เนื่องจากเท้าเป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ทั้งการเดิน การวิ่ง การรับน้ำหนัก อีกทั้งยังเป็นอวัยวะที่ถูกละเลยจากการดูแลเป็นอย่างดี
ส้นเท้าแตก วิธีรักษาส้นเท้าแตก
ปัญหาที่เกี่ยวกับเท้า ที่พบได้มาก นั่นก็คือ ปัญหาส้นเท้าแตก ส้นเท้าไม่เรียบเนียน นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ ถึงแม้ว่าส้นเท้าจะเป็นอวัยวะที่อยู่เบื้องล่าง ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น แต่ถ้าคุณมีปัญหาส้นเท้าแตก เชื่อได้ว่าความมั่นใจของคุณจะต้องลดลงอย่างแน่นอน
นอกจากส้นเท้าแตกจะส่งผลต่อความมั่นใจ ความสวยงามแล้ว ยังสงผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ถ้ามีการปล่อยปะละเลยปัญหา หลายคนก็จะพบว่ารอยแตกเป็นมากขึ้น เดินแล้วเจ็บ ทำให้ไม่อยากเดิน รวมถึงบางครั้งอาจมีเลือดออก และเกิดการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
ดังนั้นจะเห็นว่า ส้นเท้าแตก ปัญหาเล็ก ๆ แต่ถ้าปล่อยไว้ ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเรามาดูวิธีรักษาส้นเท้าแตก แบบธรรมชาติบ้าน ๆ กันดีกว่า
หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ส้นเท้าแตก
ถ้าคุณยังมีส้นเท้าที่เรียบเนียนอยู่ ก็จงหลีกเลี่ยงสาเหตุเหล่านี้ แต่ถ้าคุณมีปัญหาส้นเท้าแตกแล้ว การหลีกเลี่ยงสาเหตุก็จะช่วยลดความรุนแรงของส้นเท้าแตกได้
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ส้นเท้าแตก ได้แก่

  • การเดินเท้าเปล่า จะทำให้เกิดการเสียดสีระหว่างผิวหนังส้นเท้ากับพื้น ทำให้ผิวหนังด้าน และทำให้เกิดรอยแตกในที่สุด
  • การมีน้ำหนักเยอะ น้ำหนักเกิน หรืออ้วน ทำให้ส้นเท้าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงเพิ่มแรงที่มากระทำระหว่างผิวหนังส้นเท้ากับพื้นเวลาเดิน
  • การเดินหรือยืนติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ส้นเท้าทำงานหนัก เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดส้นเท้าแตก
  • การใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะรองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้า การเสียดสีอาจทำให้เกิดการอักเสบ และลุกลามเกิดส้นเท้าแตกได้ นอกจากนี้รองเท้าพื้นแข็งยังทำให้เกิดส้นเท้าแตกได้เช่นเดียวกัน

แช่เท้าด้วยน้ำอุ่น ๆ เป็นประจำ

หากคุณประสบปัญหากับส้นเท้าแตก แล้วหาวิธีแก้ไม่ได้ ลองวิธีง่าย ๆ อย่างการแช่เท้าในน้ำอุ่น ๆ สม่ำเสมอ การแช่เท้าจะช่วยทำให้ผิวหนังที่แตกและตายแล้วชุ่มชื้น อาจใช้สบู่อ่อน ๆ ชำระล้างบริเวณส้นเท้าร่วมด้วย ก็จะยิ่งทำให้กำจัดส่วนของผิวหนังที่ตายแล้วง่ายขึ้น นอกจากนี้การแช่เท้ายังช่วยลดการอักเสบและการระคายเคือง แถมยังช่วยผ่อนคลายอารมณ์ได้อีกด้วย
เราแนะนำว่าหลังจากแช่เท้าแล้ว ควรชโลมส้นเท้าด้วยครีมบำรุง หรือมอยส์เจอรไรเซอร์ เพื่อลดความแห้งกร้าน และป้องกันส้นเท้าแตกซ้ำซ้อน
ขัดผิวหนังแห้งกร้านออก ด้วยหินขัดส้นเท้า ที่ขัดส้นเท้า

หลังจากที่คุณแช่เท้าในน้ำอุ่น หรือหลังอาบน้ำ ลองใช้หินขัดส้นเท้า หรือที่ขัดส้นเท้า (foot file) ขัดถูบริเวณผิวหนังที่แตกและหนาตัว เพื่อขจัดผิวหนังส่วนที่ตายแล้ว แต่หากว่าคุณไม่มีหินขัดส้นเท้า ลองใช้ผ้าชุบน้ำขัดถูบริเวณผิวหนังที่ด้าน เพื่อขจัดผิวหนังที่ตายแล้วออกได้
เช่นเดียวกันกับการแช่เท้า คุณควรทาโลชั่นหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังขัดส้นเท้าทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และลดความระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น
น้ำมันพืชหรือเจลปิโตรเลียม (วาสลีน) รักษาส้นเท้าแตก
น้ำมันพืชและวาสลีนจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ลดความแข็งของผิวหนัง ลดความเจ็บปวดในขณะเดิน อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงของส้นเท้าแตกได้ด้วย คุณอาจทาน้ำมันหรือวาสลีนในเวลาก่อนนอน เพื่อลดความเหนอะหนะในช่วงเวลากลางวัน
น้ำมันที่เราแนะนำ ได้แก่ น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา
แต่ถ้าคุณต้องการบำรุงผิวไปด้วยในตัว เราแนะนำว่าควรใช้น้ำมันมะกอกจะดีกว่า เพราะในน้ำมันมะกอกมีวิตามินอีสูง ซึ่งช่วยบำรุงผิว และยังมีกรดไขมันอีกหลายชนิดที่จะดูแลสุขภาพผิวบริเวณส้นเท้าให้ดีขึ้น
นอกจากนี้คุณอาจผสมวาสลีน 1 ช้อนชากับน้ำมะนาว 4 – 5 หยด ผสมให้เข้ากัน แล้วชโลมไปที่ผิวหนังที่แตก ให้ทาทิ้งไว้ทั้งคืน แล้วล้างออกในตอนเช้า กรดในมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกได้โดยง่าย
ส่วนผสมของกล้วยและอโวคาโด รักษาส้นเท้าแตก
ให้นำกล้วยมา 1 ลูก และอโวคาโดครึ่งผล แต่ถ้าไม่มีอโวคาโด อาจใช้กล้วยเพียงอย่างเดียวก็ได้ ผสมกล้วยและอโวคาโดให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อเพสต์เหนียว นำมาทาบริเวณส้นเท้าที่แตก ทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ ให้ทำสูตรนี้เป็นประจำทุก ๆ วัน ก็จะช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตกได้
กล้วยและอโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามิน และกรดไขมันหลายชนิด ซึ่งจะช่วยสมานผิว ลดอักเสบ รวมถึงยังเป็นมอย์เจอร์ไรเซอร์จากธรรมชาติ ที่ทำให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้านุ่มและเรียบเนียนมากขึ้น
น้ำผึ้ง มหัศจรรย์แห่งไพร รักษาส้นเท้าแตก
น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ (antiseptic) โดยธรรมชาติ รวมถึงมีฤทธิ์สมานแผล และให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูสดใส และทำให้รอยแตกค่อย ๆ สมานตัวอย่างช้า ๆ
ให้นำน้ำผึ้ง 1 ถ้วยเล็ก ๆ ผสมกับน้ำอุ่น 1 กะละมัง แล้วนำเท้าของคุณแช่ลงไปในน้ำอุ่น สัก 15 – 20 นาที หลังจากนั้นให้ใช้หินขัดส้นเท้าขัดผิวหนังที่ตายและแห้งกร้านออก ส้นเท้าของคุณก็จะค่อย ๆ ดูเรียบเนียนมากขึ้น ถ้าทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
สครับข้าวโอ๊ตลดส้นเท้าแตกอย่างเป็นธรรมชาติ
นำข้าวโอ๊ตไปบดเป็นผง ตักมาประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ผสมให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อครีมเพสต์เหนียว ๆ นำไปชโลมและขัดเบา ๆ บริเวณส้นเท้าแตก ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
สรรพคุณของข้าวโอ๊ตที่สามารถช่วยรักษาส้นเท้าแตกได้ คือ มีฤทธิ์แก้การอักเสบ และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น อีกทั้งยังช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวนุ่มยิ่งขึ้น
น้ำยาบ้วนปาก (ลิสเตอรีน) ช่วยรักษาส้นเท้าแตกได้
การแช่เท้าในน้ำที่ผสมน้ำยาบ้วนปากและน้ำส้มสายชู จะช่วยทำให้ผิวหนังที่ตายและแข็งอ่อนนุ่มลง ทำให้คุณสามารถขัดเศษผิวหนังออกได้ง่ายขึ้น อีกทั้งน้ำยาบ้วนปากยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ และยังมีเมนทอลและไทมอล ที่ช่วยทำให้รู้สึกเย็น คุณจึงผ่อนคลาย
น้ำน้ำยาบ้วนปากมา 1 ถ้วย ผสมกับน้ำ 2 ถ้วย น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย แล้วแช่เท้าสัก 10 – 15 นาที เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ให้ใช้หินขัดส้นเท้าขัดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น
ผงฟู นอกจากทำขนมแล้วยังรักษาส้นเท้าแตกได้ด้วย
ผงฟูมีฤทธิ์ช่วยในการขจัดเซลล์ผิว (exfoliant) ซึ่งจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยรักษาความเจ็บปวดจากส้นเท้าแตกได้
ใช้ผงฟู 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่นครึ่งกะละมัง นำเท้าลงไปแช่สักประมาณ 10 ถึง 15 นาที แล้วนำหินขัดส้นหรือที่ขัดส้นเท้าขัดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สุดท้ายชโลมส้นเท้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
ว่านหางจระเข้ สมุนไพรพื้นบ้าน รักษาส้นเท้าแตก

ว่านหางจระเข้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยทำให้ผิวที่ตายแล้วอ่อนนุ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยสมานแผล สมานรอยแตกของส้นเท้า ช่วยเพิ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งกรดอะมิโนในว่านหางจระเข้ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น
ให้คุณแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นก่อนสัก 5 – 10 นาที แล้วเช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาด จากนั้นให้นำเจลว่านหางจระเข้สด ชโลมไปที่ส้นเท้า แล้วใส่ถุงเท้าเพื่อป้องกันเจลว่านหางจระเข้หลุดและเปรอะเปื้อนที่นอน ให้ทิ้งเจลไว้ทั้งคืน แล้วล้างออกด้วยน้ำในตอนเช้า ลองใช้เจลว่านหางจระเข้รักษาส้นเท้าแตกสัก 4 ถึง 5 วัน คุณจะพบว่ารอยแตกที่ส้นเท้าจะค่อย ๆ ดีขึ้น
วิตามินอี บำรุงผิว ช่วยรักษาส้นเท้าแตก
นอกจากน้ำมันพืชอย่างน้ำมันมะกอก คุณยังสามารถหาวิตามินอีเข้มข้น เพื่อรักษารอยส้นเท้าแตก ได้จากแคปซูลวิตามินอี ที่มีจำหน่ายทั่ว ๆ ไป วิตามินจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ดูแลผิวหนัง และลดการอักเสบได้
น้ำน้ำมันวิตามินอีออกจากแคปซูล อาจใช้การเจาะหรือตัดก็ได้ แล้วนำน้ำมันวิตามินอีที่ได้ชโลมให้ทั่วรอยส้นเท้าแตก นวดเบา ๆ ทำวันละ 2 ถึง 3 ครั้ง ก็จะช่วยรักษาส้นเท้าแตกได้
ทีทรี (tea tree)รักษาส้นเท้าแตก
ทีทรี (tea tree) ช่วยชำระล้างผิวหนัง ช่วยปรับสภาพผิว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และทำให้ผิวนุ่มขึ้นได้ด้วย แต่มีข้อควรระวังในการใช้ทีทรี คือ ไม่ควรทาลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดผื่นคันที่ผิวหนังได้
ใช้ทีทรี 5 – 6 หยด ใส่ลงไปในน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากัน แล้วทาไปที่บริเวณรอยแตกที่ส้นเท้า สวมถุงเท้า แล้วทิ้งไว้ทั้งคืน ล้างออกด้วยน้ำอุ่นในตอนเช้า
ส้นเท้าแตก อยากหาวิธีรักษาส้นเท้าแตก เราแนะนำให้คุณลองใช้วิธีธรรมชาติ ๆ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งวิธีสามารถช่วยรักษาส้นเท้าแตกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ลองทำดูกันเลย

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *