สิวอุดตัน วิธีรักษาสิวอุดตัน ยารักษาสิวอุดตัน และ 30 สูตรธรรมชาติ

สิวอุดตัน มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า comedo หรือ comedones ซึ่งมีความหมายมาจากภาษาละตินที่แปลว่ามีลักษณะคล้ายหนอน เนื่องจากเวลาเราบีบหรือกดก็จะเห็นไขมันออกมาเป็นเส้นยาวๆคล้ายกับหนอน และเราจะจัดสิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflammatory acne)
สิวอุดตันจะมีลักษณะเป็นเม็ดสิวเล็ก ๆ เวลาเราเอามือสัมผัสหน้าจะรู้สึกว่ามีความสากหรือขรุขระบนผิวหน้า โดยอาจมีเข้มหรือบางครั้งก็มีสีขาว ทำให้มีการเรียกสิวอุดตันว่า สิวหัวดำ (blackhead) และ สิวหัวขาว (whitehead) ตามลักษณะที่ปรากฎ
ในบทความนี้เราจะแนะนำถึงสาเหตุและประเภทของสิวอุดตัน รวมถึงการรักษาสิวอุดตันโดยใช้ยาและไม่ใช้ยา

Contents

สิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

 

รูขุมขน
กายวิภาคของรูขุมขน; stockunlimited

ก่อนที่เราจะรู้ว่าสิวอุดตันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เรามาดูกันก่อนว่ากายวิภาค (anatomy) ของต่อมขนและต่อมไขมันเป็นอย่างไร
ปกติแล้วบริเวณผิวหนังจะมี ต่อมขน (hair follicle) ซึ่งเป็นแหล่งที่กำเนิดเส้นขน และใกล้ๆกับต่อมขนก็จะมีต่อมไขมัน (sebaceous gland) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมัน (sebum) ออกมาผ่านทางท่อต่อมไขมัน (sebaceous duct) ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรูขุมขน และจะขับออกสู่ผิวหนังภายนอกต่อไป
บริเวณที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมากได้แก่ บริเวณใบหน้า หนังศีรษะ ส่วนบนของหน้าอก และแผ่นหลัง ซึ่งเราจะสังเกตว่าสิวมักขึ้นบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะ และพบว่าต่อมไขมันที่บริเวณข้างต้นจะมีขนาดใหญ่ และสามารถถูกกระตุ้นได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย
โดยทั่วไปเมื่อเราก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีสิวเพิ่มขึ้น ก็เนื่องจากในช่วงวัยรุ่นจะมีการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเพศชายเพิ่มขึ้น แม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเกี่ยวกับเพศชายแต่เพศหญิงก็มีการสร้างฮอร์โมนชนิดนี้เช่นกัน
ฮอร์โมนแอนโดรเจนจะกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลล์ในท่อต่อมไขมันกลายเป็น ขี้ไคลของรูขุมขน และกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยนี้ล้วนก่อให้เกิดสิวอุดตันได้ทั้งสิ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน

  • การล้างหน้าหรือสครับ (scrub) ผิวหน้ามากเกินไป จะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน
  • ผิวหนังที่อับชื้นจากการใช้เครื่องสำอางประเภทให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) หรืออากาศที่ร้อนชื้น
  • การบีบสิว การล้างหน้าที่รุนแรงเกินไป การใช้สารเคมีเพื่อลอกหน้าที่มีความรุนแรง และการรักษาด้วยเลเซอร์ อาจจะทำให้เกิดการแตกภายในรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวอุดตันได้
  • เครื่องสำอางบางชนิดอาจอุดตันรูขุมขน รวมถึงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีความมัน โดยสารบางตัว เช่น ไอโซโพรพิลไมริสเตต (isopropyl myristate) โพรพิลีนไกลคอล (propylene glycol) และสีในเครื่องสำอาง อาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันได้ ดังนั้นเราจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) หรืออาจเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (oil free) ก็ได้
  • เส้นขนหรือผมที่ไม่สามารถเจริญเติบโตพ้นผิวหนัง ก็ทำให้เกิดสิวอุดตัน รวมถึงเกิดสิวอักเสบได้เช่นเดียวกัน
  • พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีสิวอุดตันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
  • อาหารบางชนิด โดยพบว่าสารฮอร์โมนธรรมชาติที่พบในนมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนได้ ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลสูงก็สัมพันธ์กับการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) และฮอร์โมนแอนโดรเจน
  • เซลล์ผิวหนังถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเกิดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน 5-เทสโทสเตอโรน (5-testosterone) หรือฮอร์โมนดีเอชที (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย
  • มีการลดลงของสารไลโนเลเอท (linoleate) ซึ่งเป็นเกลือของกรดไขมันในซีบัม (sebum) หรือไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน
  • มีการหลั่งสารก่อการอักเสบจากเซลล์ที่อยู่บริเวณต่อมขน ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • สิวอุดตันอาจจะเกิดจากกรดไขมันอิสระ (free fatty acid) ที่ถูกสร้างมาจากแบคทีเรียบนผิวหน้า

ชนิดของสิวอุดตัน

สิวอุดตัน
Blausen.com staff. “Blausen gallery 2014”. Wikiversity Journal of Medicine. DOI:10.15347/wjm/2014.010. ISSN 20018762. – Own work

โดยทั่วไปแล้วเราจะจัดสิวอุดตันจัดเป็นสิวที่ไม่อักเสบ (noninflamatory acne) โดยลักษณะของสิวอุดตันอาจจำแนกได้เป็น

ไมโครโคมีโดน (micromedones)

  • เป็นสิวอุดตันที่มองไม่เห็น เนื่องจากยังมีการอุดตันของรูขุมขนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้ายังมีการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันเพิ่มขึ้น ก็จะมีการสะสมสิ่งอุดตันเพิ่มขึ้น กลายเป็นสิวอุดตันที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ โดยสิวประเภทนี้อาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบนูนแดง (papule) ได้

สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด (whitehead หรือ closed comedones)

สิว สิวไม่อักเสบ สิวหัวขาว white head
สิวอุดตัน หัวขาว By Roshu Bangal (Own work) [CC BY-SA 4.0 (http://creativecommons.org/licenses/by-sa/4.0)], via Wikimedia Commons
  • เป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้ แต่ตัวสิวยังอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งยังไม่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวปิด และสิ่งอุดตันก็ยังเป็นสีขาว จึงเรียกว่าสิวหัวขาว โดยจะพบว่ามากกว่าร้อยละ 75 ของสิวชนิดนี้จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบ โดยอาจเกิดจากการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Propionebacterium acnes (P. acnes)

สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด (blackhead หรือ open comedones)

สิวอุดตัน สิวหัวดำ blackhead
สิวหัวดำ By Elecbullet (Own work) [Public domain], via Wikimedia Commons
  • จัดเป็นสิวอุดตันที่มองเห็นได้อีกชนิดหนึ่ง แต่ตัวไขมันที่อุดตันอยู่ รวมถึงโปรตีนเคราตินซึ่งเป็นโปรตีนที่พบในผิวหนัง และสิ่งสกปรกอื่นๆที่อุดตันอยู่ เปิดออกสัมผัสกับอากาศภายนอก จึงเรียกว่าสิวหัวเปิด ซึ่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่าปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation) ทำให้ไขมันและสิ่งอุดตันกลายเป็นสีดำ จึงเป็นที่มาของสิวหัวดำนั่นเอง

มาโครโคมีโดน (macrocomedones)

  • เป็นสิวอุดตันที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 2 ถึง 3 มิลลิเมตร

ไจแอนท์โคมีโดน (giant comedones)

  • เป็นสิวซิสต์ชนิดหนึ่ง ที่หัวสิวเปิดออกและมีสีดำเหมือนสิวหัวดำ

โซลาร์โคมีโดน (solar comedones)

  • เป็นสิวอุดตันที่มักจะพบบริเวณแก้ม และคาง โดยส่วนมากแล้วจะพบในผู้สูงอายุ โดยเชื่อว่าเกิดจากความเสียหายของผิวหนังจากแสงแดด

การป้องกันสิวอุดตัน

การป้องกันสิวอุดตันที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมต่างๆ เช่น ไม่บีบสิว หรือแกะสิว ไม่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อความระคายเคือง เลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิว เลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่ามีความอ่อนโยน และไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน (noncomedogenic) รวมถึงเลือกผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่เหมาะสมเช่นกัน
นอกจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมแล้ว การล้างหน้าให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว การออกกำลังกาย เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ป้องกันการเกิดสิวอุดตัน แต่ยังทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นอีกด้วย
แต่บางปัจจัยเช่น การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจน เป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม ซึ่งการรักษาที่สาเหตุนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

ยารักษาสิวอุดตัน

แพทย์มักจะเลือกใช้ยาชนิดทาภายนอกที่ช่วยเพิ่มการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวโดยเร่งการขจัดออกของเซลล์ผิวเก่า (exfoliation) โดยยาที่เป็นตัวเลือกแรกคือ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก (topical retinoids) นอกจากนี้ยา เบนซอยล์เพอร์ออกไซด์ หรือบีพีโอ (benzoyl peroxide หรือ BPO) และอาซีลาอิค แอซิด (azelaic acid) ก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน

ยารักษาสิวอุดตันในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก (topical retinoids)

ยา Retin-A 0.05%
ยา Retin-A 0.05%

ยาในกลุ่มนี้ยับยั้งการเกิดสิวอุดตัน (anticomedogenic) โดยเฉพาะยับยั้งการเกิดสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ คือ ไมโครโคมีโดน (microcomedone) ซึ่งส่งผลลดการเกิดสิวหัวดำ สิวหัวขาว รวมถึงสิวอักเสบได้ ยากลุ่มนี้ยังสามารถละลายสิวอุดตันได้ (comedolytic) และยังพบว่ามีฤทธิ์ลดการอักเสบอ่อนๆ
ยาที่จัดอยู่ในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก ได้แก่

  • ยา Tretinoin มีอยู่ในยาทาสิวยี่ห้อ Retin-A®, Stieva-A® และ Retacnyl®
  • ยา Isotretinoin สามารถรักษาสิวอุดตันได้เหมือนกับ Tretinoin แต่สามารถลดการสร้างไขมันของต่อมไขมันได้ รวมถึงมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ซึ่ง Isotretinoin พบได้ในยาทาสิวยี่ห้อ Isotrex®
  • ยา Adapalene เป็นยาที่ถูกพัฒนาเพื่อลดข้อด้อยของยาทั้งสองตัวข้างต้น โดยสามารถลดอาการระคายเคืองลงได้ ลดการสลายตัวของยาเมื่อถูกแสง โดยจำหน่ายในชื่อของ Differin®

วิธีการใช้ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก คือ

  • ทาบางๆทั่วใบหน้าหลังทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว ในเวลาเย็นหรือก่อนนอน โดยเริ่มแรกอาจใช้ยาคืนเว้นคืน แล้วค่อยๆเพิ่มยาขึ้นหลังจากใช้ยาไปแล้ว 4 ถึง 6 สัปดาห์
  • ถ้าจะใช้ยาร่วมกับยาบีพีโอ ควรใช้ยาบีพีโอในตอนเช้า และทากรดวิตามินเอตอนกลางคืน เนื่องจากการใช้ร่วมกันอาจทำให้กรดวิตามินเอสลายตัวได้

ผลข้างเคียงจากยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก

  • หลังใช้ยาอาจมีอาการระคายเคืองได้ ผิวหนังแดง แสบ ลอกเป็นขุย โดยเฉพาะเวลาโดนแสงแดด วิธีแก้ปัญหาคือ อาจใช้ครีมกันแดด หรือใช้โลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น
  • นอกจากนี้ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก อาจมีผลต่อเด็กในครรภ์ ดังนั้นต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่าตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์

ยาเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ หรือ บีพีโอ (benzoyl peroxide หรือ BPO)

benzac ยารักษาสิว
ยา Benzac AC 5%

ยานี้สามารถยับยั้งการเติบโตของเชื้อ P. acnes ได้ สามารถลดการอักเสบได้ แต่ยาไม่สามารถลดการสร้างสิวอุดตันได้ โดยส่วนมากมักใช้ยานี้ร่วมกับยากลุ่มกรดวิตามินเอชนิดทาภายนอก หรือร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดทาภายนอก
สรุป กลไกออกฤทธิ์ของยารักษาสิวอุดตัน เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์

  • ออกฤทธิ์สลายโคมีโดน (comedolytic) จึงช่วยทำให้หัวสิวหลุดออกจากตุ่มสิวได้อย่างง่ายดาย
  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P. Acnes

วิธีการใช้ยาบีพีโอ

  • ส่วนใหญ่จะทายานี้ก่อนล้างหน้า แล้วทิ้งไว้ 10 นาที แล้วจึงไปล้างหน้า เมื่อผิวทนต่อยาได้ดีก็อาจจะเพิ่มระยะเวลาทายาให้นานขึ้น

ผลข้างเคียงของยาบีพีโอ ได้แก่

  • อาการระคายเคืองทางผิวหนัง หน้าแดง แสบ และผิวแห้ง ที่สำคัญยานี้สามารถกัดสีเสื้อผ้าและเกิดรอยด่างบนผ้าได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าสัมผัสที่ตัวยา

ยาอาซีลาอิค แอซิด (Azelaic acid)

ยานี้สามารถหยุดการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย P. acnes ได้ รวมถึงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดการเกิดสิวอุดตัน และสามารถลบรอยด่างจากสิวได้ โดยยานี้มีจัดจำหน่ายในยายี่ห้อ Skinoren®
วิธีใช้ยา คือ

  • ทาบางๆให้ทั่วหน้า วันละ 2 ครั้ง และอาจต้องใช้เวลานานตั้งแต่ 3 ถึง 9 เดือนจึงจะสามารถเห็นผลการรักษาได้

อาการข้างเคียง คือ

  • ระคายเคืองผิวหนัง เกิดผิวแสบไหม้

รักษาสิวอุดตันด้วยการใช้ธรรมชาติบำบัด

รักษาผิวหน้า ดูแลผิวหน้า
มาดูกันว่า เราจะสามารถรักษาสิวอุดตัน ได้โดยไม่ต้องใช้ยาได้อย่างไรบ้าง คุณก็จะมีหน้าใส ไร้สิว ได้ในแบบธรรมชาติ

รักษาสิวอุดตันด้วยผงอบเชย (cinnamon Powder) 

  • มีการศึกษาพบว่าสาร cinnamaldehyde และ proanthocyanidins ซึ่งอยู่ในอบเชย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อที่กว้าง รวมถึงยังฆ่าเชื้อ P. acnes และ S. epidermis ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของสิวอักเสบ
  • สาร cinnamaldehyde ยังออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ nitric oxide synthase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้สร้างสาร nitric oxide ซึ่งเป็นสารสำคัญในกระบวนการอักเสบ อีกทั้งยังยังยั้งเอนไซม์ COX-2 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ผลิตสารก่อการอักเสบต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันการอักเสบของสิวอุดตันได้
  • อบเชยมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระและสารพิษต่าง ๆ จึงช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผิวได้
  • การใช้ผงอบเชยปรนนิบัติผิวหน้า จะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ตายแล้ว จึงช่วยลดการอุดตันของรูขุมชน

[สูตรที่ 1] ผงอบเชย กับ น้ำมะนาว

  • ใช้น้ำมะนาวสด ๆ 1 ช้อนชา ผสมกับผงอบเชย 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน
  • น้ำส่วนผสมที่ได้แต้มลงบนสิวอุดตัน 1ดสิวอุดตัน ด้วยผงอบเชยของฟงี่ตายแล้ว จึงช่วยลดการอุดตันของรูขุมชนนส่วนเกิน นกับผิวาสิว ด้
  • ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • สามารถทำได้ 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน

[สูตรที่ 2] ผงอบเชย กับ น้ำผึ้ง

  • นำน้ำผึ้งและผงอบเชยอย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน
  • แต้มส่วนผสมในข้างต้นลงบนสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ทั้งคืน แล้วล้างออกในตอนเช้า
  • ทำซ้ำเป็นประจำทุกวัน จนกว่าสิวอุดตันจะดีขึ้น

[สูตรที่ 3] ผงอบเชย น้ำมะนาว และผงขมิ้น

  • ผสมผงอบเชย 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และผงขมิ้นเพียงเล็กน้อยเข้าด้วยกัน
  • ส่วนส่วนผสมที่ได้ไปล้างทำความสะอาดผิวหน้า ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ๆ
  • สามารถใช้ได้เป็นประจำทุกวัน

รักษาสิวอุดตันด้วยพลังของข้าวโอ๊ต

  • ข้าวโอ๊ตสามารถขจัดน้ำมันส่วนเกิน รวมถึงช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงช่วยลดการอุดตันที่รูขุมขน อันเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน
  • ถ้านำข้าวโอ๊ตไปต้มจนสุก จะทำให้มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบเพิ่มขึ้น
  • ช่วยทำให้หัวสิวแห้งได้เร็วมากยิ่งขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดสิวได้
  • ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า
  • เป็นแหล่งของวิตามินบี 1, 2, 3, 6 และ 9 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว
  • มีแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส แมงกานีส เซเลเนียม และสังกะสี ซึ่งช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า

[สูตรที่ 1] ข้าวโอ๊ต น้ำผึ้ง และน้ำมะเขือเทศ

  • ข้าวโอ๊ต 2 ถึง 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
  • นำส่วนผสมข้างต้นผสมให้เข้ากัน จนกลายเป็นเนื้อเพสต์
  • นำเนื้อเพสต์ที่ได้ไปขัดล้างผิวหน้าเบา ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีสิวอุดตัน
  • เมื่อขัดผิวหน้า 10 ถึง 15 นาทีแล้ว ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

[สูตรที่ 2] ข้าวโอ๊ต โยเกิร์ต น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก

  • ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำผึ้งและน้ำมันมะกอกเล็กน้อย
  • ผสมส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน แล้วนำไปมาส์กใบหน้า
  • ทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาทีแล้วล้างออก

สิวอุดตันหายได้ ด้วยตำรับจากน้ำมะนาว 

  • น้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งสามารถคืนคอลลาเจนให้กับผิวหน้า
  • ความเป็นกรดของมะนาว สามารถช่วยขจัดเซลล์ผิวได้ ทำให้ผิวหน้าสดใส
  • น้ำมะนาวสามารถขจัดความมันส่วนเกินของผิวหน้า

[สูตรที่ 1] น้ำมะนาว โยเกิร์ต เกลือ และน้ำผึ้ง

  • นำส่วนผสมข้างต้นอย่างละเท่า ๆ กัน มาผสมจนกลายเป็นเนื้อครีม
  • นำส่วนผสมที่ได้ไปสครับผิวหน้าเบา ๆ โดยอาจเน้นจุดที่มีสิวอุดตันมาก เช่น บริเวณจมูก
  • หลังจากการขัดแล้ว ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

[สูตรที่ 2] น้ำมะนาว และนม

  • ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมกับนม 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน
  • ส่วนผสมข้างต้นสามารถใช้ล้างหน้าเป็นประจำทุก ๆ วันได้

[สูตรที่ 3] น้ำมะนาว และน้ำมันถั่วลิสง

  • ใช้น้ำมะนาวและน้ำมันถั่วลิสงอย่างละ 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน
  • นำมาทาบนผิวหน้า โดยเฉพาะจุดที่มีสิวอุดตัน
  • ทาทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด

[สูตรที่ 4] น้ำมะนาว และน้ำสกัดจากกุหลาบ (rose water)

  • น้ำสกัดจากดอกกุหลาบมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ผสมน้ำมะนาวและน้ำสกัดจากดอกกุหลาบอย่างละเท่า ๆ กัน
  • ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมที่ได้ แล้วทาบริเวณสิว และสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ 15 ถึง 30 นาที แล้วล้างออก
  • อาจทำซ้ำวันละ 1 ถึง 2 ครั้งเพื่อประสิทธิภาพที่ดี

[สูตรที่ 5] น้ำมะนาว และโยเกิร์ต

  • ผสมน้ำมะนาว 2 ส่วน เข้ากับโยเกิร์ต 1 ส่วน
  • ทาบริเวณที่มีสิว แล้วทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็น

[สูตรที่ 6] น้ำมะนาว และเกลือ

  • นำน้ำมะนาวผสมกับเกลือแกงให้ได้เนื้อเพสต์
  • นำไปขัดบริเวณสิวอุดตัน 30 ถึง 45 วินาที โดยขัดในลักษณะหมุนวน
  • เมื่อขัดแล้ว ให้ทิ้งไว้ 5 ถึง 10 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  • ทำซ้ำสัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง

[สูตรที่ 7] โทนเนอร์มะนาว

  • นำน้ำมะนาว 1/4 ถ้วย (60 มิลลิลิตร) ผสมกับน้ำสะอาด 1/4 ถ้วยเช่นกัน
  • เมื่อผสมจนเข้ากันแล้ว ให้เก็บในขวดแก้ว แล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ 1 เดือน
  • เมื่อครบกำหนดแล้ว ให้นำส่วนผสมที่ได้ทาบริเวณที่เกิดสิวเป็นประจำ

[สูตรที่ 8] สครับเปลือกมะนาว

  • นำเปลือกมะนาวไปตากแดดจนแห้ง
  • ให้นำเปลือกมะนาวที่แห้งแล้วมาบดให้ละเอียด
  • เติมน้ำสะอาดลงไปในผงเปลือกมะนาว ผสมกันให้ได้เพสต์
  • แต้มลงบนสิว แล้วทิ้งไว้ 5 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำได้ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ขมิ้นชัน (turmeric) สุดยอดสมุนไพรรักษาสิวอุดตัน

  • สารสำคัญที่พบได้ในขมิ้นชัน คือ curcumin ซึ่งมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายประการ
  • สาร curcumin มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สามารถลดจำนวนเชื้อ acnes ในหลอดทดลองได้ร้อยละ 50 ถึง 96 ซึ่งขึ้นกับความเข้มข้นของสาร curcumin ที่ใช้
  • ขมิ้นมีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระและสารพิษ ช่วยปกป้องโครงสร้างของผิวหนัง จึงช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้สาร curcumin ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบอีกด้วย

[สูตรที่ 1] ผงขมิ้นชัน และน้ำมะนาว

  • ใช้ผงขมิ้นชันและน้ำมะนาวอย่างละเท่า ๆ กัน
  • ผสมส่วนผสมทั้งสองให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จนกลายเป็นเนื้อเพสต์ข้น
  • นำเพสต์ที่ได้ไปแต้มที่สิวอุดตัน หรืออาจพอกทั่วทั้งใบหน้า
  • ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หลังพอกทิ้งไว้ 20 ถึง 30 นาที

[สูตรที่ 2] ขมิ้นสด ดินสองพอง และมะนาว

  • ขมิ้นสดที่ล้างสะอาดจำนวนเล็กน้อย
  • ดินสองพอง 3 ก้อน
  • มะนาว 1 ผล คั้นเอาแต่น้ำ
  • น้ำส่วนผสมทั้ง 3 ชนิด ปั่นรวมกันในเครื่องปั่นให้ละเอียด จนได้เนื้อครีมข้น
  • นำเนื้อครีมในข้างต้นมามาส์กหน้าทิ้งไว้ 20 นาที
  • ล้างออกให้สะอาด อาจทำซ้ำได้ 2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์

[สูตรที่ 3] ผงขมิ้น และนมสด

  • ใช้ผงขมิ้นและนมสดเท่า ๆ กัน ผสมจนได้เนื้อครีมข้น
  • นำไปแต้มที่สิวอุดตัน หรือมาส์กทั่วผิวหน้าก็ได้
  • ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

[สูตรที่ 4] ผงขมิ้น และน้ำผึ้ง

  • ผสมผงขมิ้นและน้ำผึ้งอย่างละเท่า ๆ กัน
  • เมื่อผสมเข้ากันแล้ว ทำนำมาขัดที่ผิวหน้าเบา ๆ
  • เมื่อขัดเสร็จแล้ว ให้มาส์กต่อ 5 นาที แล้วล้างออก

[สูตรที่ 5] น้ำขมิ้นสด นมสด และดินสอพอง

  • หั่นขมิ้นชันเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปตำให้แหลก เติมน้ำเล็กน้อย แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
  • บดดินสอพอง 5 ก้อน ให้แตกละเอียด
  • ผสมน้ำขมิ้น 1 ช้อนชา นมสด 1 ช้อนชา และดินสอพองที่บดแล้ว เข้าด้วยกันจนได้เนื้อเพสต์
  • นำส่วนผสมไปพอกหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก

รักษาสิวอุดตัน ด้วยพลังจากไข่ขาว 

  • ไข่ขาวสามารถช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินที่ผิวหน้า รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่
  • มีฤทธิ์ฝาดสมานอ่อน ๆ จึงช่วยลดการเกิดสิวได้
  • ช่วยลดขนาดรูขุมขน จึงช่วยลดการสะสมของสิ่งอุดตันต่าง ๆ

[สูตรที่ 1] ไข่ขาว และน้ำมะนาว

  • ผสมไข่ขาวกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน
  • นำไปพอกที่ผิวหน้า ควรระมัดระวังอย่าให้สัมผัสกับดวงตา
  • ทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที หรือจนแห้ง ล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อน แล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นเพื่อปิดรูขุมขน
  • ในกรณีที่ผิวหน้าแห้งเกินไป อาจบำรุงผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ให้ความชุ่มชื้น

[สูตรที่ 2] ไข่ขาว เบคกิ้งโซดา น้ำมะนาว และโยเกิร์ต

  • เบคกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวคั้นสด ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 4 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ขาว 4 ฟอง
  • ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  • แต้มลงบนบริเวณสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ 20 ถึง 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

[สูตรที่ 3] ไข่ขาว น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง

  • ผสมไข่ขาว น้ำมะนาวและน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะเข้าด้วยกัน
  • นำไปสครับเบา ๆ บนผิวหน้า จากนั้นทิ้งไว้ 10 ถึง 15 นาที จนแห้ง
  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วบำรุงผิวหน้าด้วยเครื่องสำอางให้ความชุ่มชื้น

[สูตรที่ 4] ไข่ขาว น้ำมันมะกอก และข้าวโอ๊ตต้มสุก

  • ข้าวโอ๊ตต้มสุก ½ ถ้วย (มีฤทธิ์ลดการอักเสบ)
  • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
  • ไข่ขาว 1 ฟอง
  • ผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปพอกบริเวณที่มีสิวอุดตัน
  • พอกทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก

[สูตรที่ 5] ไข่ขาว ข้าวโอ๊ต และน้ำผึ้ง

  • นำข้าวโอ๊ต (ดิบ) และน้ำผึ้งอย่างละ 1 ช้อนชา ผสมลงในไข่ขาว 1 ฟอง
  • นำไปทาบริเวณสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ 20 ถึง 25 นาที แล้วล้างออก

[สูตรที่ 6] ไข่ขาว และแตงกวา  

  • ใช้ไข่ขาว 1 ฟอง และแตงกวาหั่นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้าให้เข้ากัน
  • แต้มส่วนผสมที่ได้บริเวณสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • อาจทำซ้ำได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

[สูตรที่ 7] ไข่ขาว และน้ำมันมะกอก

  • ผสมไข่ขาว 1 ฟองกับน้ำมันมะกอกแบบ extra virgin 1 ช้อนชา
  • นำไปทาบริเวณสิวอุดตัน
  • ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

รักษาสิวอุดตัน ด้วยสครับน้ำตาลทราย (sugar scrub)

  • น้ำตาลทรายสามารถช่วยขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า รวมถึงเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของสิวอุดตัน

[สูตรที่ 1] น้ำตาลทราย น้ำมันมะกอก น้ำมันหอมระเหย และทีทรีออยล์ (tea tree oil)

  • เตรียม น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชื่นชอบ และ tea tree oil
  • ผสมน้ำตาลกับน้ำมันให้เข้ากันก่อน
  • เติมน้ำมันหอมระเหย 2 ถึง 3 หยดลงไป จากนั้นผสมให้เข้ากัน
  • เติม tea tree oil 1 หยด แล้วผสมให้เข้ากับส่วนผสมอื่น ๆ
  • เมื่อต้องการใช้ ให้นำน้ำสะอาดพรมที่ผิวหน้าให้เปียกเล็กน้อย
  • แต้มสครับลงไปที่ผิวหน้า จากนั้นให้ขัดผิวหน้าด้วยนิ้วที่ไม่ถนัดเบา ๆ
  • ควรขัดผิวหน้าในลักษณะหมุนวน
  • ทำซ้ำ ๆ ให้ทั่วผิวหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • ไม่ควรทำซ้ำทุกวัน เพราะอาจทำให้ผิวหน้าแห้ง แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง

[สูตรที่ 2] น้ำตาลทรายแดง และน้ำมะนาว

  • ผสมน้ำมะนาวกับนำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
  • เมื่อผสมจนเข้ากันแล้ว ให้นำมานวดที่ผิวหน้าเบา ๆ
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยครีมบำรุง
  • ทำซ้ำบ่อย ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

รักษาสิวอุดตัน ด้วยเบคกิ้งโซดา (baking soda)

เบคกิ้งโซดาเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้รักษาสิวอุดตัน มีฤทธิ์ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยขจัดความมันส่วนเกิน ซึ่งกันขัดผิวหน้าด้วยเบคกิ้งโซด้า จะช่วยเปิดรูขุมขนที่อุดตัน จึงทำให้เบคกิ้งโซดาสามารถป้องกันและรักษาสิวอุดตันได้
[สูตรที่ 1] เบคกิ้งโซดาสครับ

  • เตรียมเบคกิ้งโซดา 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ
  • นำน้ำสะอาดผสมกับเบคกิ้งโซดาจนได้เนื้อครีมข้น
  • นำเนื้อครีมไปขัดผิวหน้าเบา ๆ ในลักษณะที่หมุนวน
  • เมื่อขัดทั่วทั้งผิวหน้าแล้ว ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว
  • เบคกิ้งโซดาอาจทำให้ผิวหน้าแห้งได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้บ่อย ๆ ถ้าผิวมันอาจทำซ้ำได้ 1 ถึง 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ในกรณีที่ผิวแห้ง ควรเว้นระยะห่างต่อครั้ง 10 ถึง 15 วัน

[สูตรที่ 2] เบคกิ้งโซดา และน้ำมะนาว

  • ผสมน้ำมะนาวและเบคกิ้งโซดาอย่างละ 1 ช้อนชา เข้าด้วยกัน
  • นำส่วนผสมไปขัดผิวหน้าอย่างนุ่มนวล
  • ล้างออกด้วยน้ำเปล่า สามารถทำซ้ำได้ 2 ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์

รักษาสิวอุดตัน ด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ (apple cider vinegar)

แอปเปิ้ลไซเดอร์ หรือน้ำสมสายชูที่ได้จากการหมักแอปเปิ้ล มีฤทธิ์เป็นกรด สามารถใช้กำจัดสิวอุดตันได้อย่างดีเยี่ยม
[สูตรที่ 1] แอปเปิ้ลไซเดอร์ และใบมินต์

  • น้ำแอปเปิ้ลไวเดอร์ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมินต์ (ในเมืองไทย พืชตระกูลมินต์ที่หาง่าย คือ สาระแหน่)
  • นำใบมินต์มาบดให้ละเอียด ตวงให้ได้ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำใบมินต์ใส่ลงในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์
  • ให้นำส่วนผสมที่ได้ ใส่ในขวดแก้ว ปิดฝาให้สนิท แล้วเก็บในที่มืดและเย็นเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • เมื่อครบ 1 สัปดาห์แล้ว ให้เติมน้ำลงไป 1 ถ้วย แล้วเก็บไว้ต่ออีก 1 สัปดาห์
  • เมื่อครบกำหนดแล้ว ก็สามารถนำส่วนผสมดังกล่าวมาใช้ได้ทันที
  • นำชำลีก้อนที่จุ่มลงในส่วนผสมให้ชุ่ม แล้วไปทาบนผิวหน้าก่อนนอน
  • ทิ้งไว้ทั้งคืน แล้วล้างออกในตอนเช้า
  • น้ำส้มแอปเปิ้ลมีความเป็นกรด ควรเจือจางก่อนใช้
  • ถ้ามีผิวที่แห้งมาก ไม่ควรใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์มากเกินไป และไม่ควรทิ้งไว้ข้ามคืน
  • ถ้าผิวแพ้ง่าย ไม่ควรพอกทิ้งไว้ข้ามคืน ควรทาแล้วทิ้งไว้ 20 ถึง 30 นาทีแล้วล้างออก

อย่าลืมว่าวิธีธรรมชาติบำบัดในข้างต้น เป็นวิธีที่ค้นพบแล้วมีกันบอกต่อกันในกลุ่มคนที่เป็นสิวอุดตัน จึงทำให้บางคนทำตามแล้วได้ผล บางคนก็ไม่ได้ผล ดังนั้นอย่าตกใจหรือเครียดว่าทำไมทำแล้วไม่ได้ ทำแล้วไม่เป็นเหมือนคนอื่น
นอกจากนี้ยังต้องระวังและสังเกตอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ต้องคอยดูการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เช่น มีผื่น มีผด มีรอยแดง แสดงว่าเราอาจแพ้ส่วนผสมนั้นๆ ถ้ามีอาการแบบนี้แล้วล่ะก็ควรหยุดวิธีนั้นทันที และสังเกตอาการ ถ้าเป็นมากขึ้นควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ถ้ารักษาสิวอุดตันโดยใช้วิธีทางธรรมชาติแล้วไม่ได้ผล อาจมีความจำเป็นที่ต้องไปพบแพทย์ หรือรับคำปรึกษาจากเภสัชกร เพราะบางครั้งอาจจะต้องรักษาโดยใช้ยา ซึ่งยาที่ใช้ก็มีหลายตัว แต่ละตัวก็ให้ฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ผลของยาในแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน และการปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทำให้เราได้ใช้ยาได้อย่างปลอดภัย
แหล่งข้อมูล
Oakley A. Comedonal acne. [Internet]. Dermnetnz.org. 2014 [cited 27 May 2015]. Available from: http://www.dermnetnz.org/acne/comedonal-acne.html
Wikipedia. Comedo [Internet]. 2015 [cited 27 May 2015]. Available from: http://en.wikipedia.org/wiki/Comedo
ศรีศุภลักษณ์ สิงคาลวณิช. Update Management of Acne in Adolescent. กุมารเวชสาร. 2552;16:180-87.
เครือข่ายการศึกษาพยาบาลและการสาธารณสุจขภาคใต้ (SC-Net). กายวิภาคศาสตร์. นนทบุรี: ธนาเพรส; 2551.
Wells B, DiPiro J, Schwinghammer T, DiPiro C. Pharmacotherapy handbook. 9th ed. New York: McGraw-Hill Education; 2014.
โชคชัย วงศ์สินทรัพย์, สุระรอง ชินวงศ์, ภูริดา เวียนทอง. การเลือกใช้เภสัชภัณฑ์ เล่มที่ 2. เชียงใหม่: ยูเนียนออฟเซ็ท; 2555

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *