สังกะสี แร่ธาตุที่ร่างกายต้องการน้อยนิด แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิว ๆ ยันภูมิคุ้มกัน

Categories old article archivePosted on
สังกะสี

สังกะสี (ZINC) เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเพียงน้อยนิด แต่ก็มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างขาดเสียมิได้ หลายคนเคยได้ยินประโยชน์ของสังกะสีมามากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องของสิว

หลายคนเชื่อว่าแร่ธาตุสังกะสีสามารถช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ ทำให้สิวหายได้เร็วขึ้น และช่วยสมานแผล แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว สังกะสียังมีประโยชน์มากกว่านั้นอีก

มาดูกันดีกว่าว่าสังกะสีมีประโยชน์มากกว่าเรื่องสิวหรือเปล่า และร่างกายของเราต้องการสังกะสีวันละเท่าไหร่ และที่สำคัญถ้าร่างกายขาดสังกะสีจะเกิดผลอย่างไรบ้างสังกะสี

รู้จักกับสังกะสีกันก่อน

สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย แทรกซึมอยู่ในทุกเนื้อเยื่อ มีความจำเป็นต่อกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ เป็นสารต้านอนุมูนอิสระ (antioxidants) ที่คอยต่อสู้กับสารพิษต่าง ๆ ที่เป็นตัวก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

นอกจากนี้แร่ธาตุสังกะสียังเกี่ยวข้องกับการควบคุมสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวเคมีในหลาย ๆ อวัยวะกว่า 100 กระบวนการ เช่น ผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท กระดูก และระบบสืบพันธุ์

ร่างกายต้องการสังกะสีวันละเท่าไหร่

ความต้องการสังกะสีต่อวันนั้นขึ้นกับอายุและเพศ ลองดูว่าร่างกายของคุณต้องการแร่ธาตุชนิดนี้วันละเท่าไร

แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ต้องการวันละ 2 มิลลิกรัม

ทารกอายุ 7-12 เดือน ต้องการวันละ 3 มิลลิกรัม

เด็กอายุ 1-3 ปี ต้องการวันละ 3 มิลลิกรัม

เด็กอายุ 4-8 ปี ต้องการวันละ 5 มิลลิกรัม

เด็กอายุ 9-13 ปี ต้องการวันละ 8 มิลลิกรัม

วัยรุ่นชาย อายุ 14-18 ปี ต้องการวันละ 11 มิลลิกรัม

วัยรุ่นหญิง อายุ 14-18 ปี ต้องการวันละ 9 มิลลิกรัม

ผู้ใหญ่เพศชาย ต้องการวันละ 11 มิลลิกรัม

ผู้ใหญ่เพศหญิง ต้องการวันละ  8 มิลลิกรัม

วัยรุ่นตั้งครรภ์ต้องการวันละ 12 มิลลิกรัม

หญิงตั้งครรภ์ต้องการวันละ 11 มิลลิกรัม

วัยรุ่นที่กำลังให้นมบุตรต้องการวันละ 13 มิลลิกรัม

หญิงให้นมบุตรต้องการวันละ 12 มิลลิกรัม

ทำไมบางคนถึงมีความเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุสังกะสี

ภาพจาก Pixabay

ปัจจัยแรกที่ทำให้เรามีโอกาสขาดสังกะสีได้นั่นก็คือ การบริโภคอาหารที่เป็นแหล่งของสังกะสีน้อยเกินไป หรือบางคนอาจจะมีปัญหาในการดูดซึมสังกะสีจากอาหาร

คนที่รับประทานอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจก็มีความเสี่ยงในการขาดสังกะสีเช่นเดียวกัน เพราะสังกะสีมักจะพบมากในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารทะเล รวมถึงนมและผลิตภัณฑ์จากนม

ถึงแม้ว่าสังกะสีจะพบได้ในอาหารจากพืช เช่น ธัญพืช และถั่วต่าง ๆ แต่สังกะสีที่พบในอาหารเหล่านี้มักถูกดูดซึมได้อย่างจำกัด ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้น้อย ทำให้คนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์มีโอกาสขาดสังกะสีมากขึ้น

คนที่ติดสุราเรื้อรังก็มีโอกาสขาดสังกะสีได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากแอลกอฮอล์จะรบกวนการดูดซึมสังกะสีจากทางเดินอาหาร รวมถึงยังเพิ่มการขับออกสังกะสีในปัสสาวะด้วย

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่างกายได้รับถ้าสังกะสีไม่เพียงพอ

ถึงแม้ว่าการสีจะพบได้น้อยแต่ก็มีโอกาสพบได้ โดยเฉพาะในคนที่มีทุพโภชนาการ ติดสุราเรื้อรัง หรือไม่รับประทานเนื้อสัตว์

ถ้าขาดสังกะสีในช่วงวัยเด็ก จะส่งผลทำให้การเจริญเติบโตช้าลง ส่วนในวัยรุ่นก็จะมีพัฒนาการทางเพศช้า รวมถึงความเสี่ยงต่อภาวะเป็นหมันในเพศชายจะสูงขึ้น

อาการอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าสังกะสีในร่างกายไม่เพียงพอ ได้แก่ ผมร่วง น้ำหนักขึ้น หรืออาจจะน้ำหนักลดก็ได้ ท้องเสีย ติดเชื้อง่าย แผลหายช้า สมาธิสั้น ความจำไม่ดี รวมถึงการทำงานของเส้นประสาทผิดปกติไป

ประโยชน์ของสังกะสี

อย่างที่กล่าวไปในตอนแรก สังกะสีเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางชีวะเคมีนับร้อยกระบวนการ จึงทำให้สังกะสีจึงมีความจำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย

สังกะสีกับระบบภูมิคุ้มกัน

ในสภาวะที่ร่างกายขาดสังกะสี จะทำให้ร่างกายติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น เนื่องจากสังกะสีจำเป็นต่อการกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่เรียกว่า ทีเซลล์ (T-cells) ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่คอยควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน ต่อสู้กับเชื้อโรค และยับยั้งเซลล์มะเร็ง

สังกะสีกับไข้หวัด?

ภาพจาก Stockunlimited

สังกะสีช่วยทำให้ไข้หวัดหายเร็วขึ้น การรับประทานสังกะสีติดต่อกันอย่างน้อย 5 เดือน พบว่าช่วยลดความเสี่ยงของโรคหวัด หรือถ้าเป็นหวัดแล้วก็จะช่วยหายเร็วขึ้น

มีการทดลองโดยให้คนที่เริ่มมีอาการของไข้หวัด รับประทานอาหารเสริมสังกะสี ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มมีอาการ พบว่าระยะเวลาและความรุนแรงของไข้หวัดน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทานสังกะสีเสริม นอกจากนี้ลูกอมแก้เจ็บคอที่มีส่วนผสมของสังกะสีพบว่าสามารถช่วยลดระยะเวลาของไข้หวัดได้ถึง 40%

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านมะเร็ง

สังกะสีมีฤทธิ์ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ ส่งผลลดปริมาณสารเคมีในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidative stress) เช่น สารไซโตไคน์ รวมถึงสารก่อการอักเสบต่าง ๆ

ด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระนี้เอง ทำให้สังกะสีเป็นหนึ่งในสารอาหารที่เชื่อว่าน่าจะมีประสิทธิภาพช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้

สังกะสีกับประโยชน์ทางด้านความจำและการเรียนรู้         

มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารทางด้านประสาทวิทยา รายงานว่าสังกะสีอาจมีความจำเป็นต่อกระบวนการสื่อสารของเซลล์ประสาท ซึ่งกระบวนการสื่อสารนี้เองที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความทรงจำและเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้ของสมอง

สังกะสีกับสมดุลของระบบฮอร์โมน

สังกะสีมีบทบาทสำคัญต่อสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตฮอร์โมนหลายชนิด โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งจำเป็นต่อทั้งเพศหญิงและเพศชาย รวมถึงยังเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตกไข่อีกด้วย

สังกะสีจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ถ้าระดับของฮอร์โมนทั้งสองตัวนี้ปกติ ก็จะทำให้สุขภาวะของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงมีความสมบูรณ์ แต่ถ้าระดับฮอร์โมนไม่สมดุล ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือน มีลูกยาก เข้าวัยทองไว รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้

สังกะสีกับการสมานแผล

สังกะสีจำเป็นต่อสุขภาพของผิวหนัง การได้รับสังกะสีอย่างเพียงพอ จะทำให้โครงสร้างของผิวหนังแข็งแรง พบว่าคนที่มีแผลเรื้อรังหรือแผลหายช้า มักจะมีระดับของสังกะสีในร่างกายต่ำ

สังกะสีจะช่วยกระตุ้นกระบวนการสมานตัวของแผล ด้วยการกระตุ้นการสร้างชั้นเซลล์ใหม่ ลดการอักเสบ ลดการเติบโตของแบคทีเรีย นอกจากนี้ยาทาภายนอกที่ช่วยลดอาการระคายเคืองต่าง ๆ รวมถึงผื่นผ้าอ้อม ยังมีส่วนประกอบหลักเป็นสังกะสี

สังกะสีช่วยทำให้มีลูกได้ง่ายขึ้น?

มีหลายการศึกษาที่พบว่าการได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ อาจทำให้สเปิร์มมีคุณภาพที่ไม่ดี ส่งผลทำให้มีบุตรได้ยากขึ้น แต่การรับประทานสังกะสีและกรดโฟลิคกลับทำให้ทั้งจำนวนและคุณภาพของสเปิร์มเพิ่มขึ้น

สังกะสีกับการป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ

เมื่ออายุมากขึ้น โรคเรื้อรังต่าง ๆ ย่อมถามหา โดยเฉพาะโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของเซลล์และเนื้อเยื่อ เช่น โรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด

เนื่องจากสังกะสีสามารถช่วยยับยั้งกระบวนการอักเสบได้ จึงน่าจะช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้ แต่คนในวัยชรากระบวนการดูดซึมสังกะสีอาจมีความบกพร่อง ดูดซึมได้น้อยลง ทำให้ร่างกายอาจได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงก็จะช่วยทดแทนสังกะสีในร่างกายได่

สังกะสีกับการป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

โรคจอประสาทตาเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้หลาย ๆ คนต้องสูญเสียการมองเห็นในบั้นปลายชีวิต ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตทั้งของตนเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก

แต่มีการศึกษาพบว่าสังกะสีสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ที่เกี่ยวกับการมองเห็นถูกทำลาย ซึ่งจะช่วยชะลอการทำลายประสาทตา จึงช่วยลดการสูญเสียการมองเห็นก่อนเวลาอันควร

สำหรับคนที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมอยู่แล้ว เพื่อชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา อาจรับประทานสังกะสี 80 มิลลิกรัมต่อวัน วิตามินซี 500 มิลลิกรัมต่อวัน วิตามินอี 400 ไอยูต่อวัน เบต้าแคโรทีน 15 มิลลิกรัมต่อวัน และทองแดง 2 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าถ้าทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี จะช่วยลดภาวะจอประสาทตาเสื่อมขั้นรุนแรงได้

สังกะสีกับการรักษาโรคท้องเสีย

มีการศึกษาในประเทศบังคลาเทศพบว่า การให้สังกะสีกับเด็กที่มีอาการท้องเสียติดต่อกัน 10 วัน สามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียได้ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องเสียขึ้นอีกในอนาคต

สังกะสีกับสิว

มีการศึกษาประสิทธิภาพของสังกะสีในการรักษาสิว พบว่าการรับประทานสังกะสีในรูปแบบ zinc sulfate วันละ 135 มิลลิกรัม ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ สามารถลดจำนวนของสิวอุดตันและสิวหนองได้ และที่ระยะเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า mean acne score ลดลงจาก 100% ไปอยู่ที่ 15%

ทานสังกะสีมากไปเป็นอันตรายไหม

ภาพจาก Stockunlimited

ในกรณีที่รับประทานอาหารเสริมสังกะสี ก็อาจมีโอกาสได้รับมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ และบ่อยครั้งก็อาจเกิดอันตรายได้

ปริมาณของสังกะสีในแต่ละวัยไม่ควรได้รับเกินนี้

แรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่เกินวันละ 4 มิลลิกรัม

ทารกอายุ 7-12 เดือน ไม่เกินวันละ 5 มิลลิกรัม

เด็กอายุ 1-3 ปี ไม่เกินวันละ 7 มิลลิกรัมเด็กอายุ 4-8 ปี ไม่เกินวันละ 12 มิลลิกรัมเด็กอายุ 9-13 ปี ไม่เกินวันละ 23 มิลลิกรัมวัยรุ่น 14-18 ปี ไม่เกินวันละ 34 มิลลิกรัมผู้ใหญ่ 40 มิลลิกรัมอาการที่สังเกตได้ถ้าเกิดพิษจากการได้รับสังกะสีมากเกิน ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากอาหาร ปวดเกร็งท้อง ทอ้งเสีย ปวดศีรษะและถ้ารับประทานอาหารเสริมสังกะสีเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ระดับทองแดงในร่างกายต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ และระดับของไขมันเอชดีแอลต่ำและที่สำคัญก่อนการรับประทานสังกะสีเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ข้อควรระวังเมื่อรับประทานอาหารเสริมสังกะสี

การรับประทานสังกะสีคู่กับยาฆ่าเชื้อกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolones) เช่น นอร์ฟล็อกซาซิน (norfloxacin) ไซโปรฟล็อกซาซิน (ciprofloxacin) และยาในกลุ่มเตต้าซัยคลิน (tetracycline) จะทำให้ยาเหล่านี้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายลดลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

Zinc Fact Sheet for ConsumersMichaëlsson G, Juhlin L, Vahlquist A. Effects of Oral Zinc and Vitamin A in Acne. Arch Dermatol. 1977;113(1):31–36. doi:10.1001/archderm.1977.01640010033003What are the health benefits of zinc?10 Powerful Zinc Benefits, Including Fighting Cancer

Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *