วิธีรักษาสิวผู้ชาย แบบธรรมชาติ และคำแนะนำในเรื่องยา

แม้ว่าในอดีตนั้นผู้ชายอาจจะไม่ค่อยสนใจเรื่องสุขภาพทั้งภายในและภายนอกเท่ากับผู้หญิง แต่เมื่อเวลาแปรเปลี่ยนไป เทรนด์หรือความนิยมก็เปลี่ยนไปด้วย
ในปัจจุบันนี้หนุ่มๆเริ่มมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสุขภาพผิว เราจะเห็นว่าตามโทรทัศน์หรือสื่อต่างๆ มีการโฆษณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายมากขึ้น ทั้งโฟม ทั้งครีมบำรุงผิวต่างๆ

หนุ่ม ผู้ชาย วัยรุ่น
เรื่องสิวก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ชายเช่นกัน สิวไม่เฉพาะเป็นเรื่องของสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความหล่อ และความมั่นใจตัวเองอีกด้วย แต่ปัญหาสิวในผู้ชายไม่ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ง่ายๆ เพราะผู้ชายมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวมากกว่าผู้หญิง เช่น ฮอร์โมนแอนโดรเจน เหงื่อ หรือความมันบนใบหน้า

อะไรทำให้เกิดสิวในผู้ชาย

การเกิดสิวในผู้ชายก็เหมือนกันกับผู้หญิง คือจะเริ่มมีสิวมากขึ้นในช่วงวัยรุ่น บางคนจากเด็กน้อยหน้าใสกลายเป็นเด็กหนุ่มหน้าสิว ถ้าพูดอีกทำนองหนึ่ง สิวก็เหมือนเป็นตัวบ่งชี้ว่าจากเด็กน้อยคนนี้ได้พัฒนาเป็นเด็กหนุ่มเต็มตัวแล้ว
พอเลยช่วงวัยรุ่นไป หนุ่มๆบางคนพบว่าตนเองก็ยังมีสิวอยู่ เนื่องจากในผู้ชายนั้นฮอร์โมนที่สำคัญคือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) ซึ่งเป็นกลุ่มของฮอร์โมนเพศชาย ทำให้หนุ่มๆแสดงออกถึงความเป็นชายนั่นเอง
หน้าที่ของฮอร์โมนเพศชาย

  • ทำให้ชายเป็นชาย การสร้างระบบสืบพันธุ์เพศชาย รวมถึงลักษณะของเพศชาย จะต้องได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชาย
  • แอนโดรเจนจะทำให้เซลล์กล้ามเนื้อเพิ่มจำนวนและขยายขนาด ทำให้ผู้ชายมีกล้ามเนื้อมากกว่าหญิง

ฮอร์โมนเพศชายนั้นจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันในผิวหนังให้ผลิตไขมัน (sebum) เพิ่มขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อไขมันไปรวมกับเศษผิวหนังหรือสิ่งสกปรกบนผิว ก็จะกลายไปเป็นสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขนนั่นเอง
จากรูขุมขนอุดตัน ก็กลายเป็นสิวอุดตัน และสุดท้ายถ้ามีการเติบโตของแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบได้
อย่าโทษแต่ฮอร์โมน
สาเหตุอื่นๆที่สำคัญไม่แพ้กันที่ทำให้เกิดสิวในผู้ชาย คือ

  • การใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบัน ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อและความมันบนใบหน้า
  • การดูแลผิวหน้าที่น้อยกว่าเพศหญิง เช่น อาจล้างทำความสะอาดผิวหน้าน้อยกว่า
  • ความเครียด
  • การใช้ยาบางตัว เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาลิเธียม
  • อาหารโดยเฉพาะนมและอาหารที่แปรรูปมาจากนม อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในผู้ชาย 14 คนที่มีสิว พบว่าช็อกโกแลตก็ทำให้สิวเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ผลการศึกษานี้ยังต้องรอการศึกษาอื่นมายืนยันอีกที
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ บางครั้งก็เป็นสาเหตุเช่นกัน
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ก็เป็นเรื่องคาดไม่ถึงว่าเป็นสาเหตุการเกิดสิวได้

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสิวแบบละเอียดได้ที่นี่

บริเวณที่มักจะเกิดสิว

ในผู้ชายนั้น ก็คล้ายๆกับผู้หญิง บริเวณที่มักจะมีสิว คือ บริเวณผิวหนังบนใบหน้าและผิวหนังบริเวณหลัง โดยเฉพาะสิวที่หลังจะรักษาและควบคุมได้ยากเนื่องจากหลายปัจจัย เช่น การอับชื้นของเสื้อผ้าจากเหงื่อ รวมถึงการทำความสะอาดที่ไม่ทั่วถึง

วิธีรักษาสิวในผู้ชาย

การรักษาสิวที่ดีที่สุดคือ การรักษาที่ต้นเหตุหรือกำจัดปัจจัยกระตุ้น

  • ถ้าคุณพบว่าผิวหน้าของคุณมีความมันมากกว่าปกติ ก็ลองหาโฟมหรือเครื่องสำอางที่ช่วยลดความมันมาใช้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็อาจใช้กระดาษซับมัน
  • ถ้ามีสิวที่หลัง แล้วสาเหตุคือเหงื่อเยอะ ก็อาจลองอาบน้ำบ่อย ๆ หรือใส่เสื้อผ้าที่บาง ๆ เพื่อทำให้เหงื่อระบายออกได้มากขึ้น
  • สำหรับสิวที่หลัง อาจใช้เส้นใยช่วยในการถูสบู่ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกอุดตันได้ดียิ่งขึ้น
  • ลองเปลี่ยนเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับใบหน้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผม เช่น แว็กซ์ หรือเจลแต่งทรงผมด้วย

รักษาสิวโดยใช้ยา

  • บางครั้งการรักษาด้วยการเพิ่มความสะอาดอาจยังไม่พอ มีความจำเป็นต้องพึ่งยา แต่ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อน เพราะสิวมีหลายแบบ แต่ละแบบก็ต้องการการรักษาที่ไม่เหมือนกัน
  • แพทย์อาจใช้ยาทาภายนอกสำหรับการรักษาสิวที่ไม่รุนแรง หรือพวกสิวอุดตัน เช่นยาทา บีพีโอ (BPO; benzoyl peroxide) หรือยาทากรดวิตามินเอ (retinoic acid)
  • ถ้ามีสิวอักเสบแพทย์อาจให้ยาทาที่มีองค์ประกอบของยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ (antibiotics)
  • ถ้าเป็นสิวรุนแรง หรือกระจายวงกว้าง การใช้ยาทาอาจไม่สะดวก แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยารับประทาน ซึ่งก็มีหลายตัว แต่ละตัวก็มีข้อบ่งใช้และผลข้างเคียงแตกต่างกันออกไป
  • สามารถดูเกี่ยวกับ ยารักษาสิวได้ที่นี่

จากข้างต้นอาจสรุปได้ว่า สิวในผู้ชายมีปัจจัยเรื่องฮอร์โมนเป็นตัวเร่งที่สำคัญ แต่เรื่องของฮอร์โมนบางครั้งมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ สิ่งที่เราจะเปลี่ยนแปลงได้คือ เพิ่มการรักษาความสะอาด ดูแลตนเองมากขึ้น ถ้าคุณผู้ชายดูแลตนเองมากขึ้นอาจเปลี่ยนจากพ่อหนุ่มตัวเหม็นเป็นพ่อหนุ่มเนื้อหอมก็ได้นะ
แหล่งข้อมูล

  1. WebMD
  2. MayoClinic
  3. Wikipedia: androgen 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *