ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ให้เห็นผล ด้วยเคล็ดลับเด็ด 11 ประการ

ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน อาจเป็นคำที่แสนเจ็บปวดของใครหลายคน แต่หลายคนก็พยายามที่ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนให้ประสบผลสำเร็จ แต่บ่อยครั้งที่เราก็พบว่า ความล้มเหลวมักมาก่อนเสมอ
ว่ากันว่าการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนั้น ต้องการแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสม และค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญ การที่คุณได้รู้เทคนิคเคล็ดลับของการลดน้ำหนัก ก็อาจช่วยทำให้การลดความอ้วนของคุณ ประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น
ออกกำลังกาย เต้น แอโรบิค ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก

1. อย่าหักโหมออกกำลังกาย ผลเสียมากกว่า ผลดี

การออกกำลังกายหนัก การใช้แรงเยอะ ย่อมหมายความว่าคุณได้ใช้แคลอรีเยอะ เผาผลาญเยอะ น้ำหนักก็ลดเยอะเป็นธรรมดา
แต่ถ้าดูดี ๆ แล้วก็ผิดมหันต์ ถ้าคุณไม่เคยออกกำลังกายเลย หรือออกกำลังกายเบา ๆ มานาน แล้ววันดีคืนดีตื่นแต่ตี 5 มาวิ่งเหมือนนักวิ่งในสนามแข่ง คุณคงจินตนาการออกว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น คือ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ง่วง พอตื่นขึ้นมาอีกวันเจ็บตัวไปหมด หมดกำลังใจที่จะออกกำลังกาย สุดท้ายก็หยุดออกกำลังกาย
ความแรง (intensity) ของการออกกำลังกายนั้นขึ้นแต่ละบุคคล ถ้าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แล้วออกกำลังกายหนักๆ ร่างกายย่อมปรับตัวได้
ดังนั้นถ้าคุณต้องการออกกำลังกาย เพื่อต้องการลดน้ำหนัก การค่อย ๆ เริ่มวันละเล็กวันละน้อย ก็น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสม และสุดท้ายคุณก็เป็นมือโปรในการออกกำลังกาย
แต่ถ้าคุณไม่มีเวลา ลองอ่านบทความเกี่ยวกับ physical activity แล้วคุณจะได้รู้ว่า จริง ๆ แล้ว แค่ขยับเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน คุณก็ลดความอ้วนได้ตามใจประสงค์

2. อย่าอดอาหาร ถึงแม้ว่าจะอดเพียงแค่มื้อเดียว

จริง ๆ แล้ว การอดอาหารเป็นบางมื้อเพื่อหวังจะลดน้ำหนัก เป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากพบว่าคนที่อดอาหารเป็นบางมื้อ จะมีน้ำหนักมากกว่าคนที่ทานอาหารครบทุกมื้อ และยังมากกว่าคนที่ทานอาหารมื้อเล็กๆหลาย ๆ มื้อใน 1 วันอีกด้วย
นอกจากนี้ การอดอาหาร ยังทำให้คุณมีความเสี่ยงในการเกิด yoyo effect ได้ง่ายอีกด้วย

3. มองแง่บวก ขจัดแง่ลบ ก็จะช่วยให้คุณลดความอ้วนได้ง่ายขึ้น

มองตนเองในแง่ลบ เกิดขึ้นเมื่อเราไม่ยอมรับตัวเองก่อนเป็นอย่างแรก การไม่ยอมรับหรือเข้าใจในตนเองย่อมทำให้คิดไปว่าคนอื่นจะต้องไม่ยอมรับเราเหมือนที่เราไม่ยอมรับตัวเอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วเค้าอาจไม่เคยคิดแบบที่เราคิดเลยก็ได้
การเพิ่มการยอมรับตัวเอง สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยทำอย่างไรก็ได้ที่จะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง เช่น การเลือกเสื้อผ้าที่เข้าชุด ท่าทางการเดินที่สง่าผ่าเผย รวมถึงการแต่งหน้าทำผม ก็มีส่วนช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างมากทีเดียว
เมื่อคุณเริ่มมั่นใจในตัวเองแล้ว พร้อม ๆ กันนั้น ก็ค่อย ๆ ลดน้ำหนักลงที่ละน้อย ๆ และพยายามคิดบวกอยู่เสมอ ยอมรับตัวเองให้ได้ คิดว่าเราก็มีดีเหมือนคนอื่น ๆ เราก็เป็นคนเหมือนคนอื่น ๆ รูปลักษณ์ภายนอกเป็นแค่เปลือกแต่จิตใจของเราต่างหากที่เป็นเนื้อแท้

4. ระวังมื้อดึก อย่าเผลอทานบ่อย

ถึงแม้ว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังไดเอ็ท น้ำหนักกำลังลดลงอย่างได้ที่ แต่วันดีคืนดีคุณก็เผลอทานอาหารมื้อดึก
การทานมื้อดึกจริง ๆ ก็ไม่ได้ทำให้คุณอ้วนอย่างทันทีทันใด การดูว่าทานแล้วอ้วนหรือไม่อ้วน อยู่ที่ ความสมดุลของพลังงาน (energy balance) ถ้าทานเข้าไป 1,000 แล้วใช้ 1,000 คุณก็ไม่มีทางอ้วน ไม่ว่าจะกินมื้อไหนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม อาหารมื้อดึกมักเป็นมื้อส่วนเกิน ซึ่งมื้อปกติของคนส่วนใหญ่นั้น (เช้า กลางวัน เย็น) พลังงานก็มักจะเกินความต้องการในแต่ละวันอยู่แล้ว พอมาเติมมื้อดึกอีก ยิ่งทำให้พลังงานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการไปมาก ซึ่งเป็นที่มาของความอ้วนมื้อดึก
การหลีกเลี่ยงการทานอาหารมื้อดึก สามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น

  • การเข้านอนให้เร็วขึ้น
  • การดื่มน้ำเปล่า
  • หรือถ้าคุณไม่สามารถอดทนไหว การทานผลไม้สด ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

5. ทำซ้ำ ๆ เพียง 21 วัน คุณก็จะมีนิสัยใหม่

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า นิสัยใหม่สร้างยาก การเปลี่ยนแปลงตนเองเพียงชั่วข้ามคืน นั้นเป็นไปไม่ได้เลย
การลดน้ำหนักก็เช่นกัน ต้องมีการควบคุมอาหาร พร้อม ๆ กับการออกกำลังกายที่ถูกวิธี ซึ่งการควบคุมอาหารนั้น ยังไม่ค่อยยากเท่าไรนัก แต่การออกกำลังกาย เรากลับพบว่าเป็นปัญหาสำคัญของหลาย ๆ คน ที่ทำให้การลดน้ำหนักล้มเหลว
หนังสือหลายเล่ม นักจิตวิทยา รวมถึงโค้ชแนะแนวชีวิต ต่างแนะนำว่า การสร้างนิสัยใหม่ โดยเฉพาะการสร้างนิสัยการรักการออกกำลังกาย สามารถสร้างได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณบังคับตัวเอง ให้ออกนอกบ้าน แล้วไปออกกำลังกาย เพียงแค่ 21 วันเท่านั้น

6. ค่อย ๆ ลดแคลอรี่ อย่าหักโหม คุณก็จะมีแรงลดน้ำหนักในระยะยาว

การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ต้องค่อย ๆ ลดแคลอรี่ในแต่ละวัน โดยทำควบคู่กับการออกกำลังกาย มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ปริมาณไขมันที่หนักครึ่งกิโลกรัม เมื่อนำมาแปลงเป็นพลังงาน จะได้เท่ากับ 3,500 กิโลแคลอรี่ ซึ่งอาจจะดูเยอะ และกำจัดออกไปได้ยาก
แต่ถ้าคุณลองลดอาหาร โดยลดการบริโภคพลังงานลงวันละ 500 กิโลแคลอรี่ พอครบ 1 สัปดาห์ พลังงานรวมที่ลดก็คือ 3,500 กิโลแคลอรี่ เท่ากับไขมันครึ่งกิโลกรัมเลยทีเดียว

พูดง่าย ๆ คือ ลดน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ต้องเผาผลาญพลังงานให้ได้ 3,500 กิโลแคลอรี่ หรือเผาผลาญวันละ 500 กิโลแคลอรี่ เป็นเวลา 7 วัน

7. หาสาเหตุของความหิวให้เจอ

ความหิวเป็นการเรียกร้องของร่างกาย ที่ต้องการพลังงาน สารอาหาร เกลือแร่ วิตามิน เพื่อทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ
ในกรณีที่คุณหิวจริง ๆ ก็ควรรีบหาอะไรทานเลยในทันที ถ้าปล่อยให้หิวมาก คุณก็จะยิ่งทานเยอะเพิ่มขึ้น
แต่ในบางกรณี ความหิวที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นจากความหิว ที่ร่างกายต้องการสารอาหารจริงหรือเปล่า
ความรู้สึกอยากอาหาร บ่อยครั้งที่อาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ความเศร้าหมอง อกหัก หรือความวิตกกังวล และในกรณีที่คุณรู้แล้วว่า ความอยากอาหารที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุ แล้วไปจัดการที่สาเหตุ ความอ้วนก็จะไม่ถามหาคุณอีกเลย

8. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ [อาหารคลีน]

การเปลี่ยนนิสัยการทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาจจะยาก แต่ไม่มีอะไรที่ยากเกินกว่าความพยายามของเรา
คุณอาจใช้เทคนิค 21 วันในการเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหารของคุณก็ได้
การเลือกรับประทานอาหาร สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ควรเลือกอาหารที่ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ มีพลังงานที่พอดีกับความต้องการของร่างกาย พยายามลดอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ไขมัน แต่ให้เพิ่มกลุ่มผักและผลไม้ ที่มีวิตามินสูงแทน
สำหรับอาหารคลีน ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผล การปรุงแต่งน้อย การใช้เครื่องปรุงจำกัด เน้นผัก และผลไม้สด ย่อมส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักของคุณอย่างแน่นอน

9. อย่าฝืนจิตใจ ของชอบทานได้ แต่ให้ระวัง

ถ้าใครลดน้ำหนักแล้วต้องอดอาหารที่ชอบ คงไม่ดีแน่ เพราะจะสร้างความเบื่อหน่ายให้กับคุณ และทำให้แผนลดน้ำหนักของคุณล้มเหลวได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าคุณจะชอบข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ พิซซ่า สเต็ก ถึงแม้ว่าอาหารเหล่านี้ อาจไม่ค่อยเหมาะสำหรับการลดน้ำหนักเท่าไรนัก แต่จริง ๆ แล้ว คุณยังสามารถทานอาหารเหล่านี้ได้ แต่ต้องพึงระลึกว่า อย่าให้พลังงานที่เรากินในแต่ละวันนั้นเกินความต้องการที่ร่างกายต้องการ ถ้าเกินกว่านั้น ส่วนที่เหลือก็จะสะสมไว้ในร่างกาย

10. หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดน้ำหนัก

ยาลดความอ้วนมีหลายตัวยา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยาแต่ละชนิดก็เหมาะกับคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยาบางอย่างที่ขายตามอินเตอร์เน็ตก็เป็นยาอันตรายที่ห้ามจำหน่าย บางครั้งเป็นยาปลอม เราจะฝากความหวังไว้กับยาเหล่านี้หรือ
การใช้ยาที่ถูกต้องนั้นควรได้รับการตรวจจากแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายของเราอย่างละเอียด รวมถึงแนะนำวิธีการลดความอ้วนที่เหมาะสม
แต่อย่าลืมว่าวิธีที่ดีที่สุดในการลดความอ้วนคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นั่นเอง

11. อย่าท้อแท้ ลดน้ำหนักก็เหมือนสร้างกรุงโรม

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว การลดน้ำหนักก็เช่นกัน คุณไม่สามารถลดน้ำหนักได้ในวันเดียว ถึงแม้ว่าทำได้ แต่ร่างกายของคุณก็คงบอบช้ำเกินทน
การตั้งความหวังไว้สูง การคาดหวังไว้เกินกว่าความจริง เป็นสาเหตุหลักของความท้อแท้ และความล้มเหลว
คุณควรตั้งเป้าหมายทีละนิด หรือตั้งเป้าหมายระยะยาว ไม่ควรตั้งเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งการตั้งเป้าหมายที่ถูกต้อง วัดผลได้ และเป็นจริงต่างหาก ที่จะช่วยทำให้การลดน้ำหนักของคุณประสบผลสำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *