รักษาสิว ง่าย ๆ ด้วยของที่มีอยู่ในครัว

สิว ปัญหาเม็ดเล็กๆที่คุกคามผิวหน้าของเรา ไม่เพียงแต่เหตุผลด้านความสวยงามเท่านั้น หลายคนที่เลือกลงทุนรักษาสิว ยอมเสียเงินเป็นจำนวนมาก ก็เพราะเหตุผลด้านจิตใจ บางคนเป็นสิวแล้วไม่กล้าออกจากบ้าน หมดความมั่นใจ รักษาหลายวิธีก็ไม่หาย หรือรักษาหายแล้วพอหยุดยาก็กลับมาเป็นซ้ำ แล้วเราจะทำอย่างไรดี
วิธีรักษาสิว นอกจากการใช้ยาแล้ว วิธีการบำบัดด้วยธรรมชาติต่าง ๆ ก็สามารถช่วยได้ อีกทั้งยังราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และบางอย่างอาจอยู่ในครัวของคุณด้วยซ้ำไป

รักษาสิว ด้วยมาส์กไข่ขาว

ไข่รักษาสิว ด้วยการใช้ไข่ขาว หลายคนคงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว โดยไข่ขาวอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามิน อีกทั้งยังช่วยดูดซับไขมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วย แต่ในบางครั้งหลังการพอกด้วยไข่ขาวเพื่อรักษาสิว อาจทำให้ผิวหน้าแห้งเกินไป ดังนั้นคุณอาจเติมน้ำให้กับผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื่นต่าง ๆ
ให้เตรียมไข่สัก 1 ถึง 2 ฟอง แยกเอาไข่แดงออก ผสมไข่ขาวให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้สักครู่ ขณะที่ตั้งทิ้งไว้ คุณก็ไปล้างหน้าให้สะอาด แล้วเช็ดผิวหน้าให้แห้ง จากนั้นให้ใช้นิ้วมือที่สะอาดแต้มไข่ขาวมามาส์กบนผิวหน้า โดยอาจจะเน้นตรงที่มีสิวอุดตัน รอให้แห้งหมาดๆ แล้วทาทับชั้นต่อไป โดยอาจทาทับ 3 ถึง 4 ชั้นซ้อนกันก็ได้ เมื่อมาส์กเสร็จแล้ว ทิ้งไว้จนไข่ขาวแห้ง แล้วล้างออกด้วนน้ำสะอาด

รักษาสิว ด้วยผงฟู (baking soda)

ผงฟู
ผงฟูหรือโซเดียมไบคาร์บอเนต (sodium bicarbonate) นอกจากจะใช้อบขนมให้ฟูอร่อยแล้ว ยังมีการใช้เป็นตำรับพื้นบ้านช่วยรักษาสิวอีกด้วย
วิธีใช้ผงฟูก็แสนง่าย เพียงผสมผงฟูกับน้ำโดยใช้อัตราส่วนเท่ากัน นำมาผสมให้เข้ากัน คุณก็จะได้เนื้อครีมมาส์กหน้าเหนียวข้น ให้ป้ายเนื้อครีมลงบนผิวหน้า แล้วนวดเบา ๆ เป็นวงกลมสัก 2 นาที เสร็จแล้วมาส์กทิ้งไว้ 15 ถึง 20 นาที ก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วยการทา moisturizer
คุณสามารถใช้ผงฟูเป็นสครับรักษาสิวได้ โดยใช้ผงฟูครึ่งถ้วยกับน้ำเพียง 1/8 ถ้วย (ใช้น้ำน้อย) คุณก็จะได้สครับที่ทำเองได้ที่บ้าน โดยอาจสครับบนผิวหน้าสัก 5 ถึง 6 นาทีแล้วล้างน้ำออก ตามด้วย moisturizer เช่นเดียวกัน
การใช้ผงฟูต้องคอยสังเกตด้วยว่า มีอาการแพ้เกิดขึ้นหรือเปล่า เช่น อาจมีผื่นขึ้น แสบร้อน ถ้ามีอาการดังกล่าวให้ล้างหน้าทันที

น้ำมะนาว สุดยอดตำรับรักษาสิว

น้ำมะนาว วิตามินซีมะนาวนอกจากจะมีวิตามินซี (vitamin c) ที่ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนแล้ว ยังมีกรดอื่น ๆ เช่นกรดซิตริก (citric acid) ที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวหนัง มีฤทธิ์ฝาดสมาน (astringent) ซึ่งทำให้ช่วยส่งเสริมการรักษาสิว และที่สำคัญน้ำมะนาว ยังทำให้ผิวหน้าดูผ่องใสอีกด้วย
เพียงใช้สำลีก้านจุ่มน้ำมะนาว แล้วนำมาแต้มที่สิว ปล่อยทิ้งไว้ ก็จะช่วยให้สิวยุบได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ถ้ารู้สึกแสบหรือระคายเคือง อาจลดความเป็นกรดของมะนาว โดยเอาไปผสมกับโยเกิร์ต หรืออาจนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำผึ้งก็ได้ ซึ่งจะทำให้คุณได้รับประโยชน์จากน้ำผึ้งอีกด้วย
หลังจากการใช้มะนาวรักษาสิวแล้วควรใช้ครีมกันแดดด้วย เพราะบางครั้งกรดอาจกัดผิวของเราให้บางขึ้นได้

รักษาสิว ด้วยสูตรน้ำผึ้งผสมโยเกิร์ต 

น้ำผึ้งสูตรตำรับนี้ นำเอาข้อดีของน้ำผึ้งและโยเกิร์ตมาผสมกัน ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาสิวเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ข้อดีของน้ำผึ้งก็คือ

  • มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียโดยธรรมชาติ (เหมาะกับคนเป็นสิวอักเสบอย่างยิ่ง)
  • มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัย
  • นอกจากนี้ยังให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้าอีกด้วย

ส่วนข้อดีของโยเกิร์ตก็ไม่แพ้กัน คือ

  • ในโยเกิร์ตมีซิงค์ (zinc) ที่มีข้อดีช่วยเรื่องการรักษาสิว โดยในโยเกิร์ต 100 กรัมจะมีซิงค์อยู่ประมาณ 1 มิลลิกรัม
  • นอกจากนี้ยังมีกรดแลคติก (lactic acid) ช่วยให้มีการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และอาจยังช่วยลดริ้วรอยได้อีก

ให้ใช้น้ำผึ้งและโยเกิร์ตปริมาณเท่ากัน นำมาผสมให้เข้ากัน แล้วใช้ปลายนิ้วที่สะอาดหรือสำลีก้านแตะที่เนื้อครีม และแต้มลงบนผิวหน้า ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเล็กน้อย แล้วก็แต้มชั้นถัดไป จนกว่าจะรู้สึกว่าหนาเพียงพอแล้ว ให้ทิ้งไว้ให้แห้ง 10 ถึง 15 นาที หรืออาจนานกว่าก็ได้ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

การใช้ไอน้ำร้อน

น้ำเดือด ไอน้ำ
การใช้ไอน้ำจะช่วยทำให้รูขุมขนเปิด และยังช่วยชำระสิ่งสกปรกที่อุดตันออกมาด้วย ต้มน้ำให้ร้อนพอประมาณ โดยระวังอย่าให้ร้อนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหน้าอักเสบแดงได้ เอาน้ำร้อนใส่ภาชนะที่มีขนาดพอดีกับใบหน้า แล้วอังผิวหนังสัก 10 ถึง 15 นาที วันละครั้งหรือสองวันครั้งก็ได้
หลังจากอังไอน้ำแล้ว รูขุมขนจะเปิดกว้างมาก ควรเอาน้ำเย็นล้างหน้า เพื่อให้รูขุมขนปิด มิฉะนั้นจะทำให้คุณมีรูขุมขนที่กว้างได้
ถ้าคุณชอบน้ำมันหอมระเหย อาจเลือกน้ำมันหอมระเหยกลิ่นอ่อน ๆ หรืออาจเลือกกลิ่นที่ช่วยลดความเครียด ก็จะทำให้การอังไอน้ำเพื่อรักษาสิว มีความสนุกมากยิ่งขึ้น
แม้วิธีรักษาสิวในข้างต้นจะเป็นวิธีธรรมชาติ แต่บางคนก็อาจจะแพ้ได้ ถ้าทำแล้วรู้สึกมีความผิดปกติบนผิวหน้า เช่น ผื่น แสบร้อน คัน อาจเกิดการแพ้ได้ ให้หยุดและล้างหน้าทันที แล้วรอดูว่าอาการผิดปกติต่าง ๆ ดีขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ดีขึ้นก็ควรไปพบแพทย์ในทันที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *