ยา diclofenac (ไดโคฟีแนค) difelene voltaren เป็นยารักษาโรคอะไร วิธีใช้ยา และอาการข้างเคียง

เวลาที่มีอาการปวดแข้งปวดขา ปวดกล้ามเนื้อ เอ็นอักเสบ ปวดหลัง ข้อพลิก ข้อแพลง หรืออาการปวดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ยาชนิดหนึ่งที่แพทย์หรือเภสัชกรมักจะจ่ายให้กับคนไข้ เพื่อลดอาการปวด คือ ยา diclofenac นั่นเอง

บทความนี้เราจะมารู้จักกับยา diclofenac วิธีการใช้ยาชนิดนี้อย่างเหมาะสม รวมถึงข้อควรระวัง และสิ่งที่ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ยา diclofenac เป็นยาอะไร รักษาโรคอะไรได้บ้าง

ยา diclofenac จัดอยู่ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์หรือยาเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น เดียวกับยา aspirin (แอสไพริน) หรือยา ibuprofen (ไอบูโพรเฟน)

ยา diclofenac เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยยับยั้งการสร้างสารก่อการอักเสบ มีฤทธิ์แก้ปวดในระดับไม่รุนแรงจนถึงปานกลาง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ เป็นยาแก้ปวดหลัง รวมถึงสามารถลดไข้ได้

ยา diclofenac มีจำหน่ายในบ้านเราอย่างไรบ้าง

ยา diclofenac ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ มักจะจำหน่ายในรูปแบบเม็ด ในขนาด 25 มิลลิกรัม และ 50 มิลลิกรัมต่อเม็ด เช่น ยา Voltaren ยา Dosanac ยา N-Zen ยา Difelene เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดหรือแคปซูล ที่ค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา (controlled release) ในขนาด 100 มิลลิกรัม สามารถรับประทานวันละครั้งได้ เช่น Diclo SR หรือ Subsyde CR

ส่วนยาในรูปแบบใช้ภายนอก ตัวยาจะค่อย ๆ ซึมซาบเข้าไปในชั้นผิวหนัง แล้วออกฤทธิ์ลดอาการปวด โดยไม่ต้องนวด เช่น ยา Difelene Gel ยา Voltaren Gel เป็นต้น ซึ่งยาในรูปแบบนี้ยังลดผลข้างเคียงของยาต่อทางเดินอาหาร เหมาะสำหรับคนที่มีแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น

Diclofenac Potassium 

ยา diclofenac ที่มีจำหน่ายทั่ว ๆ ไป จะอยู่ในรูปของเกลือโซเดียม (diclofenac sodium) ในขณะที่เกลือโพแทสเซียม (diclofenac potassium)

ความแตกต่างระหว่าง diclofenac sodium และ diclofenac potassium คือ ยาในรูปแบบ potassium จะละลายน้ำได้ดีกว่ายาในรูปแบบ sodium รวมถึงยาในรูปแบบ potassium ยังมีระยะเวลาที่ยาเริ่มออกฤทธิ์แก้ปวดเร็วกว่าที่ 30 – 54 นาที เมื่อเทียบกับยารูปแบบ sodium ที่ระยะเวลา 2 – 4 ชั่วโมง

ยี่ห้อที่เป็น diclofenac potassium เช่น ยา Voltfast ยา Cataflam ยา Catanac 

ยานี้ใช้อย่างไร

ยาไดโคฟีแนคเป็นยาอันตราย ไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านของชำทั่วไป และไม่ควรใช้ยานี้ ถ้าไม่ได้รับคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรก่อน 

ขนาดยาโดยทั่วไป คือ 75 ถึง 150 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้วันละ 3 ครั้ง

  • ยาเม็ด 25 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 – 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง
  • ยาเม็ด 50 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง

สำหรับยาที่จำหน่ายในรูปแบบออกฤทธิ์เนิ่นนาน (extended release) รับประทานวันละ 1 ครั้ง ห้ามเคี้ยว บด หรือหักเม็ดยา เนื่องจากจะทำให้ยาทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาในครั้งเดียว และอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดได้

เนื่องจากยาไดโคฟีแนคอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองที่กระเพาะอาหารได้ จึงแนะนำว่าควรทานหลังอาหารทันที แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ 

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของ Rainsford KD และคณะ (NSAIDs: take with food or after fasting?) พบว่าการทานยาหลังอาหาร อาจทำให้ยาเริ่มออกฤทธิ์ได้ช้า ดังนั้นถ้าต้องการใช้ยาเพื่อรักษาหรือบรรเทาอาการปวดฉุกเฉิน อาจทานยาในขณะท้องว่างได้ หรืออาจเลือกยาที่มีอาการข้างเคียงต่อทางเดินอาหารน้อยกว่า เช่น ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล

ส่วนยาในรูปแบบทาภายนอก ให้ทาเฉพาะบริเวณที่มีการอักเสบ ปวด บวม ไม่ควรใช้ยาในบริเวณที่ผิวหนังเปิดหรือมีรอยแตก อาจทาซ้ำได้วันละ 3 – 4 ครั้ง

หลีกเลี่ยงการทานยาแก้ปวดหลาย ๆ ตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะยาชุดที่เป็นยาในกลุ่มเดียวกันซ้ำกันหลายตัว เนื่องจากจะทำให้ผลข้างเคียงของยาเพิ่มขึ้น ในขณะที่ประสิทธิภาพในการแก้ปวดเท่าเดิม

ข้อมูลที่ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา diclofenac

ก่อนใช้ยา diclofenac ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อ

  • มีประวัติแพ้ยา โดยเฉพาะประวัติการแพ้ยาแก้ปวด ลดอักเสบ ซึ่งบางครั้งอาจแพ้ข้ามกลุ่มยาได้
  • มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ เนื่องจากยาตัวนี้พบว่าเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตันได้ โดยเฉพาะการใช้ยาในขนาดสูงและเป็นระยะเวลานาน 
  • มีประวัติหรือกำลังเป็นโรคกระเพาะอาหารหรือแผลในทางเดินอาหาร มีประวัติเลือดออกในทางเดินอาหาร เคยเป็นโรคทางเดินอาหารทะลุ ควรแจ้งก่อนใช้ยานี้
  • เป็นโรคตับ
  • เป็นโรคไต ยาอาจทำให้น่ำคั่งในร่างกายได้ 
  • ยาหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่กำลังรับประทานอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงยาตีกัน 

อาการข้างเคียงของยา diclofenac

การแพ้ยา เป็นอาการข้างเคียงที่เป็นอันตราย อาจมีอาจได้ตั้งแต่ผื่นลมพิษ (urticaria) ขึ้นตามตัว ในบางคนอาจมีอาการเปลือกตาบวม หน้าบวม ริมฝีปากบวม (angioedema) หลอดลมอุดกั้น หายใจไม่ออก ควรรีบไปโรงพยาบาล

ถ้าใช้ยาไปสักระยะหนึ่ง แล้วสังเกตว่าอุจจาระมีสีดำ เหนียว คล้ายยางมะตอย หรืออาเจียนเป็นเลือด ควรหยุดใช้ยา แล้วปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารได้ 

อาการข้างเคียงอื่น ๆ ได้แก่

  • อึดอัดไม่สบายท้อง แสบท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน
  • ความดันขึ้น
  • แขนขาบวมน้ำ

ถ้ามีอาการดังกล่าวเกิดขึ้น ให้หยุดใช้ยาทันที และถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรไปโรงพยาบาล

ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ใช้ยา diclofenac ได้ไหม

ยา diclofenac จัดอยู่ใน pregnancy category C ในไตรมาสที่ 1 และ 2 (6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) และ category D ในช่วงไตรมาสสุดท้าย (3 เดือนท้าย)

ไม่ควรใช้ยา diclofenac ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ หรือหลังจาก 30 สัปดาห์ไปแล้ว เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะ premature closure of the fetal ductus arteriosus ได้ นอกจากนี้การใช้ยาในช่วงใกล้คลอด อาจทำให้คลอดได้ช้าลงได้

ส่วนในคนที่กำลังให้นมบุตรอยู่ พบว่ายาสามารถออกมาทางน้ำนมได้ในปริมาณน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียต่อเด็ก คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการทานยานี้ในระหว่างให้นม 

References

Diclofenac Indication, Dosage, Side Effect, Precaution – MIMS.com Thailand

Diclofenac Uses, Dosage & Side Effects – Drugs.com

diclofenac เกลือ sodium และ potassium ต่างกันอย่างไร? ระบบเภสัชสนเทศ ประชานาถ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *